รท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย และหนึ่งในสมาชิกกลุ่มกทม. กล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แกนนำพรรค ระบุอดีตส.ส.กทม.บางคนได้รับการติดต่อทาบทามจากบางกลุ่มการเมืองให้ไปร่วมงานด้วยว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้ถามคุณหญิงสุดารัตน์ว่า ใครที่จะถูกดึงหรือถูกทาบทาม แต่สำหรับการดูด เป็นเรื่องที่ได้ยิน ได้เห็นความเคลื่อนไหวมานาน เท่าที่ทราบไม่เพียงอดีตส.ส.กทม. หรือนักการเมืองระดับชาติเท่านั้นที่ถูกทาบทาม ยังทาบทามไปถึงสมาชิกสภากรุงเทพ(สก.) หรือแม้แต่ทีมงาน สตาฟ ยังโดนไปด้วย หากเป็นแวดวงธุรกิจ คงเป็นเหมือนการซื้อตัว แต่เรื่องการเมืองไม่ใช่เรื่องการทำธุรกิจ นอกจากนี้ไม่เพียงพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่โดนดูด เมื่อเจอคนต่างพรรคกัน บางคนยังบ่น แม้แต่เลขาที่ทำงาน และทีมงาน ยังเจอการดูดไปด้วยเลย

“การจะทิ้งพวกของคุณ พรรคการเมืองของคุณ เพียงคิดว่าพรรคของคุณเริ่มเลวร้ายลงแล้ว ไม่ต่างอะไรกับการทรยศอุดมการณ์ต่อทั้งตัวเองและเพื่อนร่วมอุดมการณ์เพราะการเมืองมีประชาชนที่สนับสนุน การที่เขายังยืนอยู่กับเรา เห็นว่าต่างคนต่างมีอุดมการณ์ที่ตรงกัน หากออกไป ไม่ต่างอะไรกับการทรยศอุดมการณ์ แม้การตัดสินใจออกไปเป็นเรื่องส่วนบุคคล ขณะเดียวกันต้องยอมรับผลการตัดสินใจของตัวเองที่จะตามมาด้วยทั้งด้านดีหรือด้านร้าย” รท.หญิงสุณิสา กล่าว

รท.หญิงสุณิสากล่าวอีกว่า ยิ่งมีกระแสดูด ยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยเหนียวแน่นมากขึ้น การที่ใครจะก้าวออกไป มีบทเรียนมาแล้วในอดีต ที่คนออกไปส่วนใหญ่ประสบความล้มเหลวทางการเมือง คนจะไป เป็นสิทธิส่วนบุคคล คงจะรั้งไม่ได้  ในเมื่อใจไม่อยู่แล้ว เพียงแต่ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาต่อการตัดสินใจของตัวเอง อย่างไรก็ดีคนที่มาติดต่อ มักอวดอ้างสรรพคุณพรรคใหม่ หากไปอยู่แล้วจะได้งบประมาณมาทำพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงการเอาเปรียบทางการเมือง เป็นวิธีการที่สกปรก จ้องแต่จะเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น  สิ่งที่น่ากลัวและกังวลไม่ต่างกันคือ การที่พล.อ.ประยุทธ์ ยังใช้สถานะไปหาเสียง พยายามทำให้การเมืองเป็นการเมืองน้ำเน่า  เพียงแค่เพราะอยากให้มีคนมาสนับสนุนตัวเองเป็นนายกฯอีกครั้ง สิ่งนี้มันคุ้มแล้วหรือกับการทำให้การเมืองถอยหลัง เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง