“ความสามัคคี ของ ราชนาวี”

ช่วงที่ผ่านมา “ประดู่โรย” มีภารกิจยุ่งเหยิงมากไม่ได้มาวิภาษณ์ ความเคลื่อนในแวดวงราชนาวี

ซึ่งมาวันนี้ มีบางคน ถามหาความสามัคคี ขององค์กร ขอถามกลับทุกวันนี้ไม่สามัคคีหรือ อย่างไร.? ทำไมต้องมาถามเอาสมัยนี้ วัตถุประสงค์เพื่อ? คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น? มีใครไปกระทำใครไว้ก่อน? เมืองไทยเมืองพุทธบาปกรรมนะไม่ต้องชาติหน้าหรอก ชาตินี้เลย มาเร็วด้วย เมื่อตนกระทำคนอื่นก็ต้องยอมรับ อย่ามาอ้างความสามัคคีเพื่อหาความชอบธรรมบนความไม่ถูกต้องที่บรรจงสร้างกันขึ้นมา

กลัวความไม่สามัคคี หรือกลัวการขุดค้นการออกมาเรียกร้องความสามัคคีเป็นการเสียเวลาราชการโดยไร้ประโยชน์สิ้นดี เป็นการกระทำที่สิ้นคิด เอาเวลาไปทำงานน่าจะดีกับราชนาวีทั้งหมดนะ

ทั้งหมดทั้งปวงที่ตั้งคำถามมา มีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนสติผู้ที่ออกมาเรียกร้องอะไรที่มันไม่เข้าท่าเสียเวลาราชการ เสียภาษีประชาชน ไปโดยเปล่าประโยชน์ ควรเอาเวลาไปคิดเสนอวิธีการทำงานให้ทันสมัย เข้าถึงใจ หรืออยู่ในใจประชาชนเพื่อให้เขายอมรับนโยบายของผู้บังคับบัญชาเช่นการขอซื้อเรือดำน้ำ ประโยชน์ของการมีเรือดำน้ำ ข้อเสียของการไม่มีเรือดำน้ำ อธิบายให้ประชาชนบางคนที่ไม่ทราบว่าทำไมเราต้องสร้างอู่จอดเรือดำน้ำ หรือทำไมเราต้องมี Drone ทำไมแผนการซื้ออาวุธ

บางครั้งที่ไม่อาจเปิดเผยหมด เพราะจะกระทบยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศทางทะเล สารพัดงานทั้งนั้นมากกว่า รวมถึงการเตรียมตัวเมื่อโดนซักฟอกในสภาจะต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างเพื่อสนับสนุนผู้บัญชาการไม่ใช่ออกมาเรียกร้องความสามัคคี หรือท่านคิดกันว่า ความไม่สามัคคีจะเกิดเฉพาะสมัยนี้ก็เปิดหน้าออกมาเลย ด้วยความห่วงใย ราชนาวีเรา

ท้ายนี้ ขอนำพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการดำรงตน

“รู้ รัก สามัคคี” เป็นพระราชดำรัส ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหา และรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา

รัก : คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนด้วยกระบวนความแล้วจะต้องมีความรักเป็นพลังผลักดันที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้น ๆ ถ้าเรามีความรักแล้วจะมีแรงกระตุ้นให้ทำงานด้วยความเต็มใจ

สามัคคี : การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงเสมอว่าเราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กร เป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

“ประดู่โรย”