วันนี้ (3 พ.ย.) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 นางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของบริษัทที่ปรึกษากฎหมายออยศรีและผองเผือกจำกัด พร้อมด้วยนายธนาคาร น้อยพิทักษ์ หรือ “ทนายวิน” ได้เดินทางมาเข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯ เพื่อให้ตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดี
ทนายวิน เปิดเผยว่า การยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลในครั้งนี้ เนื่องจากมองว่าเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศที่ก่อตั้งมานานกว่า 12 ปี โดยต้องการให้หน่วยงานทางปกครองตรวจสอบกรณีการใช้จ่ายเงินผิดวัตถุประสงค์ตามที่ตกเป็นกระแสข่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้บุคคลที่มีชื่อเสียงและเกี่ยวข้องหลายราย เช่น เบญจรา รานี, ชมพู่ อารยา, หนุ่ม กรรชัย, พุทธ อภิวรรณ และบุคคลอื่นๆ เข้าให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวน
ด้าน ออยศรี กล่าวเสริมว่า การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้ต้องการให้พุ่งเป้าไปที่มูลนิธิองค์กรทำดีเพียงแห่งเดียว แต่เนื่องจากมูลนิธิต่างๆ ขับเคลื่อนด้วยศรัทธาและความเชื่อใจของประชาชน จึงควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ประชาชนร่วมทำบุญ ถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ พร้อมระบุถึงกรณีที่ทาง บช.ก. ระบุว่าผู้บริจาคเงินทุกจำนวนถือเป็นผู้เสียหาย หากพบการทุจริตหรือให้ข้อมูลเท็จตั้งแต่ต้น
เมื่อถูกถามถึงกรณีหากวันหนึ่ง “พี่บุ๋ม ปนัดดา” สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ ทางออยศรีจะกล่าวคำขอโทษหรือไม่ ออยศรีตอบอย่างหนักแน่นว่า “ไม่มีการขอโทษ” เนื่องจากนี่คือกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องตรงไปตรงมา การที่อีกฝ่ายบริสุทธิ์ไม่ได้แปลว่าตนทำผิด และความผิดของอีกฝ่ายก็ไม่ได้แปลว่าตนทำถูก พร้อมฝากถึงประชาชนให้เลิกโฟกัสที่ยอดเงินสะพัดหลักพันล้าน แต่ให้หันมาพิจารณาเรื่องหลักการและการใช้เงินให้โปร่งใส
ทั้งนี้ ทางกลุ่มตัวแทนเตรียมเดินทางไปติดตามความคืบหน้าและยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการตรวจสอบการฟอกเงินและการดำเนินคดีต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ออยศรี เปิดเผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเดินทางมาไกลกว่าที่คิดไว้ตั้งแต่แรก จึงอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย รวมถึงประชาชน ให้มองการตรวจสอบครั้งนี้ให้กว้างขึ้น เพราะไม่ได้มีเพียงมูลนิธิองค์กรทำดีเท่านั้น แต่ยังมีมูลนิธิอีกหลายแห่งที่ควรได้รับการตรวจสอบเช่นเดียวกัน
โดยไม่อยากให้สังคมมองเรื่องนี้จากจำนวนเงินบริจาค เพราะไม่ว่าจะเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกตรวจสอบได้ทั้งหมด เข้าใจดีว่าคนไทยเป็นคนใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ก็อยากให้ทุกคนมีสติในการบริจาค และใช้วิจารณญาณในการติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ออยศรียังยอมรับด้วยว่า ตัวเองก็เคยเป็นหนึ่งในผู้ที่บริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี แต่วันนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่มูลนิธิแห่งนี้เพียงแห่งเดียว แต่อยากเห็นหน่วยงานภาครัฐตรวจสอบทุกมูลนิธิอย่างเท่าเทียมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ส่วนกรณีที่มีชาวเน็ตเข้าไปขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัว และพยายามเชื่อมโยงไปถึงนักการเมือง ออยศรีขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นบริษัทของเธอที่ไปเช่าพื้นที่เอกชน ยืนยันว่าเป็นสิทธิ์ที่ทุกคนสามารถทำได้ แม้เจ้าของที่ดินจะเป็นนักการเมือง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน
นอกจากนี้ ยังฝากถึงแฟนคลับและชาวเน็ตบางส่วนที่ประกาศว่าจะโอนเงินคืนให้เธอ 1,000 บาท ขอให้ตั้งสติและมองภาพรวมให้กว้างกว่าการโอนเงินคืน เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ใครจะคืนเงินหรือไม่คืนเงิน
โดยเฉพาะหลังจากตำรวจสอบสวนกลางเปิดเผยข้อมูลว่า พบเงินหมุนเวียนในระบบบัญชีของมูลนิธิฯ สูงถึง 1,000 ล้านบาท จึงอยากให้สังคมมุ่งไปที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงมากกว่า
พร้อมทิ้งท้ายว่า ยิ่งถูกด่า เธอก็ยิ่งชอบ เพราะยิ่งทำให้เกิดการตรวจสอบ และแม้สุดท้ายคุณบุ๋ม ปนัดดา จะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ เธอก็จะไม่กล่าวคำขอโทษ เพราะมองว่าสิ่งที่ทำเป็นการตรวจสอบอย่างถูกต้อง
ขณะที่ทนายวิน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีมูลนิธิองค์กรทำดีของคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ซึ่งขณะนี้ตำรวจสอบสวนกลางได้รับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการทางคดีแล้ว
วันนี้จึงเดินทางมายื่นเรื่องผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อขอให้หน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่ด้านการปกครอง เข้ามาตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดี โดยเฉพาะประเด็นการใช้จ่ายเงินว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิหรือไม่ รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาคตามที่ปรากฏเป็นข่าว
ส่วนกรณีที่อาจารย์ธงทอง ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับชื่อบริษัทของออยศรีที่ใช้ชื่อว่า “ออยศรีและผองเผือก” นั้น ทนายวินชี้แจงว่า ชื่อดังกล่าวมีที่มาจากชื่อเพจของออยศรี ก่อนจะนำมาใช้เป็นชื่อบริษัทและมันไม่ใช่สาระสำคัญของเรื่องนี้
นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ คุณบุ๋ม เคยให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารงานมูลนิธิว่า มีการจัดตั้งคณะกรรมการ มีสื่อมวลชนอาวุโสและฝ่ายกฎหมายเข้ามาร่วมดำเนินงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรอบคอบและรัดกุม ก็ยิ่งดีจะได้สะดวกและง่ายต่อการตรวจสอบ

