“ออยศรี” ลั่นไม่คิดเอาผิดถึงที่สุด! ดีใจ “บุ๋ม” เข้ากระบวนการยุติธรรม จี้พิสูจน์ความโปร่งใสมูลนิธิฯ

“ออยศรี” เผยดีใจที่ บุ๋ม ปนัดดา เลือกเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มองเป็นก้าวแรกที่ถูกต้อง ย้ำไม่ได้ต้องการเอาผิดถึงที่สุด แต่อยากตรวจสอบความโปร่งใสของมูลนิธิฯ ยืนยันหากเจอกันยังยกมือไหว้และเรียกพี่เหมือนเดิม

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กองปราบ หลังจากนางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ออยศรีและผองเผือก” พร้อมนายธนาคาร น้อยพิทักษ์ ทนายความ เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดีแล้ว ทั้งคู่ได้เดินทางต่อมายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน ปอศ. ในประเด็นเดียวกัน

ออยศรี เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายหลายราย พร้อมนำหลักฐานเพิ่มเติมมามอบให้พนักงานสอบสวน ขณะเดียวกันยังมีผู้เสียหายอีกหลายคนที่เริ่มเกิดความกังวล หลังมีสื่อบางส่วนลงพื้นที่ขุดคุ้ยข้อมูล จนเกรงว่าจะส่งผลกระทบไปถึงครอบครัว จึงอยากฝากให้สื่อมวลชนระมัดระวังในการนำเสนอข่าว เพราะผู้เสียหายบางคนมีความหวาดกลัวว่าจะถูกคุกคาม ทั้งกลุ่มคนมีชื่อเสียงและประชาชนทั่วไป

ส่วนการนำเสนอข่าวนั้น ออยศรีมองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้และขอบคุณสื่อที่ให้ความสนใจ แต่หากต้องการข้อมูลเชิงลึกสามารถสอบถามจากตนเองได้โดยตรง ไม่ควรใช้วิธีแบบนี้จนทำให้ผู้อื่นเกิดความตกใจและหวาดกลัว

ส่วนจำนวนผู้เสียหายและยอดเงินที่มีการโอนให้ในแต่ละครั้งนั้น ออยศรีไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อสำนวนการสอบสวน

สำหรับกรณีที่บุ๋ม ปนัดดา ระบุว่า จะนำเงินกลับคืนมาให้ได้มากที่สุดนั้น ออยศรีมองว่าเป็นการยอมรับแล้วว่ามีเงินบางส่วนออกไปจากมูลนิธิฯ เพราะก่อนหน้านี้มีการยืนยันมาตลอดว่าเงินยังอยู่ครบ พร้อมมองว่าการที่บุ๋มเลือกเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถือเป็นก้าวแรกที่ดีที่สุด ส่วนจะเข้าข่ายมีความผิดหรือไม่นั้น ต้องต่อสู้และพิสูจน์กันตามกระบวนการกฎหมาย

ออยศรี ยังยืนยันว่า หากมีโอกาสพบกับบุ๋ม ปนัดดา ก็ยังสามารถยกมือไหว้และเรียกว่า “พี่” ได้ตามปกติ เพราะตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาว่ากระทำความผิด ก็ยังคงให้เกียรติกันเหมือนเดิม พร้อมย้ำว่าไม่ได้ต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพียงต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความบริสุทธิ์ของมูลนิธิฯเท่านั้น

ส่วนกรณีที่มีการชี้แจงเรื่องการโอนเงินโดยไม่ทราบว่าเงินถูกนำไปใช้ในส่วนใด ออยศรีมองว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากการดำเนินโครงการก่อสร้างแต่ละแห่งต้องมีเอกสารประกอบ ทั้งใบเสร็จรับเงินและหลักฐานการติดตามงาน จึงยังมีข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว แม้ก็อต อธิป จะออกมาชี้แจงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้องมีการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป โดยส่วนตัวยืนยันว่าจะยังคงติดตามเรื่องนี้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา