ตม.หนองคายสกัดจับชายไทยวัย 61 ปี ขณะเตรียมเดินทางกลับ สปป.ลาว พบหมายจับศาลจังหวัดวิเชียรบุรี คดีสนับสนุนฉ้อโกง–นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดบัญชีให้ผู้อื่นใช้ เจ้าตัวให้การใช้ชีวิตกับภรรยาชาวลาวมานานกว่า 16 ปี มีบัญชีธนาคารไทยไว้รับโอนเงินแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ก่อนถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย (ตม.จว.หนองคาย) กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 จับกุม นายเฉลิมเกียรติ เขยสูงเนิน อายุ 61 ปี ชาวจังหวัดลำปาง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดวิเชียรบุรี ที่ จง168/2569 ลงวันที่ 18 กันยายน 2569 ขณะเตรียมเดินทางออกจากประเทศไทยผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย เพื่อกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวใน สปป.ลาว

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ และ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4

สำหรับหมายจับดังกล่าว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง สนับสนุนการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยทุจริตหรือหลอกลวง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือช่องทางธุรกรรมทางการเงิน โดยรู้หรือควรรู้ว่าอาจถูกนำไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น

จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายเฉลิมเกียรติให้การว่า ตนอาศัยอยู่กับภรรยาสัญชาติลาวในแขวงเวียงจันทน์มานานกว่า 16 ปี มีบุตรด้วยกัน 2 คน และทำงานอยู่ใน สปป.ลาว มาโดยตลอด โดยช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้ทำงานกับบริษัท VTF ด้านอาหารและเครื่องดื่ม บริเวณเขื่อนไชยะบุรี ก่อนเกษียณอายุงานเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568
ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า มีบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาหนองคาย เพื่อใช้ทำธุรกรรมตามปกติ โดยเมื่อประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย จะนำเงินกีบไปแลกกับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินใน สปป.ลาว และให้โอนเงินบาทเข้าบัญชีธนาคารในประเทศไทย เพื่อนำมาใช้จ่าย

กระทั่งประมาณ 3 เดือนก่อน ผู้ต้องหาเดินทางกลับมาพำนักที่บ้านในประเทศไทย และเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้เดินทางมายังด่านพรมแดนจังหวัดหนองคาย เพื่อกลับไปอยู่กับภรรยาที่ สปป.ลาว แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบหมายจับค้างเก่าและเข้าจับกุม โดยผู้ต้องหาให้การว่าเพิ่งทราบว่าตนมีหมายจับในครั้งนี้ ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ ตม.หนองคาย ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

