’วรศิษฎ์‘ เตรียมเรียกคืนเงินเดือน-สวัสดิการเกือบ 4,000 ราย เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น รอ กฤษฎีกาชี้ข้อกฎหมาย ย้ำขึ้นแบล็กลิสต์ส่งข้อมูลให้ ก.พ. แล้ว จับตา ป.ป.ช. ชี้มูล พ.ย.นี้
วันนี้ (2 พ.ย. 69) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามเรียกคืนเงินเดือน เงินตอบแทน และสวัสดิการจากผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นว่า การประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) มีมติให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทำหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เกี่ยวกับแนวทางการเรียกเงินคืนจากผู้ที่ทุจริตสอบ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกระบวนการไว้ เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการชี้มูลและสั่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่เข้าข่ายการทุจริตก็ต้องถูกเรียกเงินคืนทั้งหมด เพราะต้องถือว่าการบรรจุตั้งแต่ครั้งแรกไม่ถูกต้อง และไม่เป็นไปตามฐานะที่แท้จริง จึงต้องเตรียมกระบวนการไว้ล่วงหน้า เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นจะได้ดำเนินการเรียกเงินคืนได้ทันที
เมื่อถามว่า ต้องรอให้ ป.ป.ช. ชี้มูลก่อน จึงจะสามารถเรียกเงินคืนได้ใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอคำตอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า สามารถดำเนินการได้ทันทีหรือไม่ หรือต้องรอให้ ป.ป.ช. ชี้มูลเรียบร้อยก่อน เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมายอย่างถูกต้อง เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากและมีความละเอียดอ่อนสูง ดังนั้น การปฏิบัติในทุกขั้นตอนจะต้องมีการยืนยันข้อกฎหมายให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นผู้ปฏิบัติงานอาจมีประเด็นหรือเกิดปัญหาเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์ยุ่งยากมากขึ้น
เมื่อถามว่า เบื้องต้นจำนวนเงินที่จะต้องเรียกคืนอยู่ที่ประมาณเท่าใด นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานตัวเลขที่ชัดเจน แต่เฉพาะผู้ที่ถูกเพิกถอนไปแล้วเกือบ 4,000 คน หากนำจำนวนเดือนที่ได้รับเงินเดือนมาคำนวณ โดยได้รับเดือนละประมาณ 15,000-16,000 บาท ก็จะสามารถประเมินเป็นตัวเลขได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าว
เมื่อถามถึงการขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จะต้องมีการขึ้นบัญชีดำ แม้ในขณะนี้ ป.ป.ช. จะยังไม่มีการสั่งฟ้องก็ตาม โดยเบื้องต้นได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แล้วเช่นกัน ว่ามีผู้เข้าสอบรายใดที่มีคะแนนผิดปกติ รวมถึงมีพฤติการณ์การทุจริตอย่างไร เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา
ทั้งนี้ หาก ป.ป.ช. มีการสั่งฟ้อง ก็จะมีการปรับปรุงข้อมูลและส่งต่อไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มเติมด้วย ส่วนจำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยไม่มีอำนาจในการชี้มูลความผิด โดยต้องรอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนและชี้มูลตามข้อมูลที่ได้รับรายงาน ซึ่งมีกำหนดภายในเดือน พ.ย.นี้ โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้

