‘วรศิษฎ์‘ โต้ รัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหารายวัน แต่เข้ามารื้อ-ล้างปัญหาฝังรากลึกที่รัฐบาลเก่าไม่แตะ ย้ำพรรคประชาชนเปิดรับบริจาคล้มระบอบสีน้ำเงินเป็นสิทธิ์ ไม่กังวล ชี้จ้องล้มรัฐบาลตั้งแต่วันแรก ต่อให้ทำดีก็หาเรื่องติ

วันนี้ (2 พ.ย. 69) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ว่า ในส่วนของรัฐบาลได้เตรียมพร้อมทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ได้มีความกังวลหรือต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษมากมาย เพราะทุกอย่างที่รัฐบาลทำงานมาตั้งแต่ต้น เป็นการทำงานตามข้อเท็จจริง ดังนั้น จึงมีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้วและมีครบทุกเรื่อง
เมื่อถามถึงความมั่นใจว่าจะสามารถทำให้ฝ่ายค้านเข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วหน้าที่ของฝ่ายค้านคือการตรวจสอบและติรัฐบาลอยู่แล้ว ส่วนเขาจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจนั้น ตนคงไปคาดคั้นอะไรไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทำให้ชัดเจนคือ การชี้แจงข้อเท็จจริงให้กระจ่างในประเด็นที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามมา โดยหน้าที่ของฝ่ายค้านคือการยื่นญัตติ ส่วนตนและรัฐบาลมีหน้าที่ต้องชี้แจงตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านสงสัยหรือมีประเด็นนั้นคืออะไร และข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
กรณีฝ่ายค้านออกแคมเปญว่า รัฐบาลกินรวบ โกยเรียบ และรัฐมนตรีในรัฐบาลดีแต่แก้ปัญหารายวัน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วมีหลายประเด็นที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่ได้เข้ามาแตะต้อง เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่งผลประโยชน์และเป็นเครือข่ายที่ฝังรากลึกมานาน อย่างเช่นเรื่องสัญชาติ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้เข้ามารื้อ หรือที่เรียกว่าล้างบ้านทั้งหมด โดยสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ 10-15 ปีที่ผ่านมา เช่น กรณีพ่อทิพย์ ที่คนต่างชาตินำเงินเข้ามา ก่อนจะใช้วิธีการแปลงสัญชาติตนเอง จนนำไปสู่การตั้งรกรากในพื้นที่โดยมิชอบ
ฉะนั้น การกล่าวว่ารัฐบาลแก้ปัญหารายวันคงไม่ใช่ เพราะบางเรื่องรัฐบาลเข้ามารื้อและจัดการตั้งแต่ต้น ที่สำคัญ ไม่ใช่ว่าเราเข้ามาแก้ไขแล้วปล่อยทิ้งไว้ แต่กำลังสร้างระบบป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก เราเห็นว่าที่ผ่านมาหลายเรื่องมีปัญหามากแค่ไหน เมื่อเข้ามารื้อก็พบปัญหาอะไรบ้าง และกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น
ส่วนกรณีพรรคประชาชนเปิดรับบริจาคเพื่อล้มระบอบสีน้ำเงิน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นข่าวดังกล่าว แต่หากเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย พรรคประชาชนก็สามารถดำเนินการได้ ตนไม่ได้กังวลอะไร เพราะในเรื่องการเมืองต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนของตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้น จะให้พรรคประชาชนมาเห็นด้วยกับรัฐบาลคงเป็นไปไม่ได้ ต่อให้เราทำถูกต้อง เขาก็คงไม่เห็นด้วยหรือมาชื่นชมเราอยู่แล้ว แต่ต้องหาจุดที่สามารถติรัฐบาลได้ เพราะเป็นประเด็นทางการเมือง
เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ว่าการเปิดรับบริจาคจะเป็นการดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ปกติพรรคประชาชนก็เปิดรับบริจาคในการทำกิจกรรมทางการเมืองอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเขาที่สามารถทำได้ ไม่มีปัญหา แต่ควรอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยความจริงแล้วพรรคประชาชนต้องการล้มรัฐบาลตั้งแต่วันแรกอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาอยากล้มรัฐบาลในวันนี้ อย่างที่บอกว่าเมื่อเป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งมีจุดยืนไม่ตรงกันอยู่แล้ว ต่อให้รัฐบาลทำถูกต้อง เขาก็ไม่ชื่นชม แต่จะติในสิ่งที่ต้องการจะติ ซึ่งเป็นประเด็นทางการเมืองและถือเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามถึงกรณีผลสำรวจของดุสิตโพลที่พบว่า ความนิยมของรัฐบาลต่ำกว่าฝ่ายค้าน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้น ตนมองว่าขณะนี้ทุกคนต้องเร่งทำงานและเร่งสร้างผลงานให้ได้มากที่สุด แต่สิ่งที่อยากจะบอกมากที่สุดในวันนี้คือ รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่มีปัญหาใหญ่ ๆ เกิดขึ้นค่อนข้างมาก และหลายเรื่องไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ภัยพิบัติที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย ล่าสุดมีข่าวน้ำท่วมทะเลทรายในต่างประเทศ ซึ่งภัยพิบัติลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในยุโรปหรือประเทศอื่น ๆ ต่างก็ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างหนัก
รวมถึงสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้เช่นกัน ฉะนั้น รัฐบาลจึงต้องรับแรงกระแทกจากปัญหาเหล่านี้ ซึ่งอาจทำให้ภาพรวมดูเหมือนว่ามีปัญหาเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ถึงอย่างไรรัฐบาลต้องหาวิธีบริหารจัดการ เพื่อนำพาทุกคนผ่านพ้นวิกฤตเหล่านี้ไปให้ได้อย่างดีที่สุด

