ณ เวลานี้ ในวงการเกษตร คงไม่มีเรื่องราวใดฮอตฮิตติดลมบน เท่างานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569 ที่เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลก (International Horticultural Expo) ไม่ได้ถูกกำหนดตายตัวว่าต้องจัดขึ้นทุกกี่ปี แต่จะขึ้นอยู่กับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพของประเทศสมาชิก และการรับรองโดยสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) โดยมีการแบ่งระดับและรอบเวลาการจัดงาน ดังนี้
ระดับ A1 (World Horticultural Exhibition) – เป็นงานแสดงพืชสวนขนาดใหญ่ระดับโลก (ใช้เวลาจัดงาน 3-6 เดือน) โดยปกติประเทศสมาชิกสามารถจัดได้ 1 ครั้งในรอบ 10 ปี ระดับอื่นๆ (ระดับ B, C และ D) – จะมีการหมุนเวียนจัดขึ้นบ่อยครั้งกว่าตามความพร้อมของเมืองและประเทศที่ได้รับสิทธิ์ โดยประเทศไทย เคยจัดมหกรรมอันทรวงเกียรตินี้แล้ว 3 ครั้ง คือ พ.ศ.2549 (ระดับ A1) จัดขึ้นที่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 – 28 กุมภาพันธ์ 2550 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครั้งนั้นมีผู้เข้าชมงานกว่า 3.7 ล้านคน

ครั้งที่ 2 เป็นการจัดต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และพื้นที่สวนในพื้นที่เดิม จ.เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2554 แต่ลดเป็นระดับ B และครั้งล่าสุด พ.ศ.2569 จัดในระดับ B ณ บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จ.อุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต เชื่อมโยงผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน” (Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living) ขณะที่ในอนาคต พ.ศ.2572 จะจัดที่ จ.นครราชสีมา ในระดับ A1 โดยมีกำหนดจัดระหว่าง 10 พฤศจิกายน 2572 – 28 กุมภาพันธ์ 2573 เพื่อยกระดับสู่การเป็น Sandbox ด้านการเกษตรมูลค่าสูง
สำหรับในปีนี้ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินทางโดยขบวนรถไฟพิเศษปฐมฤกษ์มายังพื้นที่จัดงาน เพื่อเป็นประธานในกิจกรรมเปิดต้อนรับประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าชมงานวันแรก โดยมี นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายทิม ไบรเออร์คลิฟฟ์ เลขาธิการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และนายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ร่วมให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ มหกรรมพืชสวนโลก ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพของประเทศไทยด้านพืชสวน เทคโนโลยี และนวัตกรรมการเกษตร ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ชุมชนท้องถิ่น พร้อมยกระดับจังหวัดอุดรธานี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ
สำหรับไฮไลท์ของงาน นอกจากสวนนานาชาติรวม 32 สวน แบ่งเป็นสวนภายนอก และภายในอาคารประเภทละ 16 สวน พร้อมด้วยสวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่มาจัดแสดงโชว์ พร้อมถ่ายทอดความงดงามของพืชพรรณ ศิลปะการจัดสวน และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจากทั่วโลก ให้ประชาชนได้สัมผัสความหลากหลายของพืชสวนระดับนานาชาติภายในงานเดียว
โดยมีพื้นที่จัดแสดงแบ่งออกเป็น 6 โซนสำคัญ ได้แก่
1.โซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตร พร้อมบริการข้อมูลและสิ่งอำนวยความสะดวก 2.โซนสวนจัดแสดงและอาคารหลัก นำเสนอความหลากหลายของพรรณไม้และอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านเรือนอีสาน 3.โซนสวนนานาชาติ จัดแสดงสวนจากประเทศและองค์กรนานาชาติ 4.โซนนิทรรศการภายในอาคาร ประกอบด้วย อาคารเรือนกระจกสำหรับนิทรรศการหมุนเวียนและการประกวดพืชพรรณ อาคารอำนวยการจัดแสดงสวนนานาชาติ โรงเรือนไม้ในร่ม และโรงเรือนพืชทะเลทราย 5.โซนนิทรรศการวิชาการภายนอกอาคาร อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เทคโนโลยีการเกษตร สวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนบัว และคาร์บอนเครดิต และ 6.โซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ ถ่ายทอดความหลากหลายของพรรณไม้และองค์ความรู้ด้านการขยายพันธุ์พืช ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสธรรมชาติควบคู่การเรียนรู้ด้านการเกษตร นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ สถาปัตยกรรมที่ผสานอัตลักษณ์อุดรธานี และภูมิปัญญาอีสานเข้ากับการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ อาคารประชาสัมพันธ์ หรือ “อาคารรูปไห” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง และข้องใส่ปลา อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่ผสานแนวคิดจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัว ภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย “พระพุทธภัทรบรมสุข” พร้อมนิทรรศการ “ผลพระคุณ ธ รักษา” และ “134 ปีแห่งเรื่องราว สู่เมืองอุดรธานีวันนี้” อาคารอำนวยการ หรือ “อาคารรูปไซ” ที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องมือจับปลาพื้นบ้าน อาคารเรือนกระจก ที่นำแนวคิด “เฮือนแฝด” มาผสานการออกแบบร่วมสมัย และหมู่บ้านอีสาน ที่จำลองเรือนพื้นถิ่น ถ่ายทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวอีสาน
ภายในงานยังมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 10 ปี และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 6 รอบ พร้อมนิทรรศการพระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการเกษตร นอกจากนี้ ยังมี การแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ณ “ลานตุ้มโฮม” ตลอด 134 วัน รวมถึงกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาล และวันสำคัญต่างๆ พร้อมเลือกซื้ออาหาร สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชนจาก “ตลาดชุมชนริมน้ำ” ซึ่งมีร้านค้าท้องถิ่นหมุนเวียน 50 ร้าน ภายใต้แนวคิดตลาดรักษ์โลกที่ส่งเสริมการลดใช้พลาสติกและคัดแยกขยะ
นอกจากนั้น ปีนี้ยังเป็นครั้งแรก ที่มีการจัดประกวดกล้วยไม้และสวนกล้วยไม้ ครั้งที่ 1 ภายในงานมหกรรมพืชสวนโลก โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ นักปรับปรุงพันธุ์ และผู้สนใจกล้วยไม้ ร่วมแสดงศักยภาพ และความสวยงามของกล้วยไม้ไทย พร้อมส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ผลิต และผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย โดยมีผลงานได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภท 15 ประเภท และรางวัลกล้วยไม้ยอดเยี่ยมของงาน 2 รางวัล
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การประกวดภายในงาน รวม 7 ประเภท ได้แก่ การประกวดกล้วยไม้และสวนกล้วยไม้ การประกวดผลไม้และสวนผัก การประกวดไม้ตัดดอก ไม้ดอกกระถาง และสวนไม้ดอก การประกวดบัว การประกวดตู้พรรณไม้น้ำ การประกวดไม้ใบกระถาง และสวนไม้ประดับ และการประกวดงานหัตถศิลป์และอื่นๆ โดยมุ่งใช้เวทีการประกวดเป็นพื้นที่ในการนำเสนอศักยภาพของพืชสวนไทย และสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตได้พบปะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์

สำหรับ การประกวดกล้วยไม้และสวนกล้วยไม้ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนากล้วยไม้ไทย เปิดโอกาสให้เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้เพาะเลี้ยง และนักปรับปรุงพันธุ์ นำผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดง ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิตและการพัฒนาสายพันธุ์ สะท้อนความหลากหลายของกล้วยไม้ไทยทั้งด้านสายพันธุ์ รูปทรง สีสัน และคุณภาพ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมพิจารณาตัดสินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ผลการประกวดกล้วยไม้ แบ่งเป็น 4 หมวดสำคัญ ได้แก่ หมวดกล้วยไม้ต้น หมวดกล้วยไม้ในภาชนะ หมวดกล้วยไม้ตัดดอก และหมวดกล้วยไม้พันธุ์ใหม่เพื่อการตัดดอก โดยมีรางวัลยอดเยี่ยมประเภท รวม 15 ประเภท ประกอบด้วย
หมวดกล้วยไม้ต้น แบ่งออกเป็นกลุ่มสวยงาม 9 ประเภท กลุ่มพันธุ์ใหม่ 1 ประเภท หมวดกล้วยไม้ในภาชนะ 1 ประเภท หมวดกล้วยไม้ตัดดอก 3 ประเภท และหมวดกล้วยไม้พันธุ์ใหม่เพื่อการตัดดอก 1 ประเภท หมวดกล้วยไม้ต้น กลุ่มสวยงาม มีผลงานได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภท 9 ประเภท ได้แก่ Renanstylis Bangkok Beauty, Vanda Somsri Blue Class, Vanda Prapawan Gold, Dendrobium Triangle, Rhyncholaeliocattleya Ann Jo, Renanstylis Lee Mui Keow, Paphiopedilum charlesworthii, Paphiopedilum leucochilum และ Coelogyne rochussenii ขณะที่กลุ่มพันธุ์ใหม่ รางวัลยอดเยี่ยมประเภท 1 ประเภท ได้แก่ Vanda Jularax ของคุณธนภูมิ กี่สง่า (B&P Orchid) หมวดกล้วยไม้ในภาชนะ รางวัลยอดเยี่ยมประเภท 1 ประเภท ได้แก่ Vanda hybrid ของคุณสาวิตตรี พุ่มเพลินพิศ (เพลินพิศออร์คิด)
หมวดกล้วยไม้ตัดดอก มีผลงานได้รับรางวัลยอดเยี่ยม 3 ประเภท ได้แก่ Aranda Jairak Blue ของคุณศุภกานต์ คงสกุลถาวร (สวนกันตคุน ออคิดส์), Dendrobium Dok Phak Bung ของคุณสมพงษ์ ทวีสุข (ทีเค ออคิดส์ ฟาร์ม) และ Vanda Doctor Anek x Vanda Golamco’s Blue Magic ของคุณนัทธ์ลทัย เชื้อพงษ์ณธนากิจ (สวนสุภา)
ส่วน หมวดกล้วยไม้พันธุ์ใหม่เพื่อการตัดดอก รางวัลยอดเยี่ยมประเภท 1 ประเภท ได้แก่ Dendrobium Thongchai gold x Dendrobium Jiad gold ของคุณประเสริฐ อันชูกุล
นอกจากนี้ คณะกรรมการได้พิจารณามอบ รางวัลกล้วยไม้ยอดเยี่ยมของงาน จำนวน 2 รางวัล ให้แก่ผลงานที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ได้แก่ รางวัลแรก Coelogyne rochussenii ของคุณรุจาภา สูงใหม่ (สาวิตรี ออร์คิดส์) ในหมวดกล้วยไม้ต้น ประเภทแตกกออื่นๆ อิงอาศัย ช่อห้อย ลำลูกกล้วยชัดเจน และมีดอกตั้งแต่ 20 ช่อขึ้นไป และรางวัลที่สอง Vanda Doctor Anek x Vanda Golamco’s Blue Magic ของคุณนัทธ์ลทัย เชื้อพงษ์ณธนากิจ (สวนสุภา) ในหมวดกล้วยไม้ตัดดอก สกุลแวนดา ประเภทดอกใหญ่กว่า 8 เซนติเมตร การประกวดครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีตัดสินและจัดแสดงกล้วยไม้ที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เรื่องกล้วยไม้ ตั้งแต่สายพันธุ์ การปลูกและดูแล ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพและการสร้างมูลค่าเพิ่ม ขณะเดียวกัน เกษตรกร
และผู้ประกอบการยังมีโอกาสนำกล้วยไม้และผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน การจัดประกวดกล้วยไม้และสวนกล้วยไม้ ครั้งที่ 1 จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ. 2569 ที่สะท้อนศักยภาพของกล้วยไม้ไทยตั้งแต่ต้นทางการผลิต การพัฒนาสายพันธุ์ การจัดสวน ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางการตลาด พร้อมทั้งช่วยสร้างการรับรู้และความภาคภูมิใจในความหลากหลาย ของกล้วยไม้ไทยในเวทีระดับนานาชาติ

การประกวดกล้วยไม้ และสวนกล้วยไม้ ครั้งที่ 1 จัดขึ้น ณ อาคารเรือนกระจก (Glasshouse) ภายในงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 1–11 พฤศจิกายน พ.ศ.2569 แต่งาน “มหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ. 2569” จัดกันยาวๆ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–20.00 น. ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จ.อุดรธานี บัตรเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไปราคาเดียวทั้งคนไทยและต่างชาติ 199 บาท จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ เว็บไซต์จำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ
https://www.allticket.com/event/UdonExpo2026 และจุดจำหน่ายบัตรหน้างาน นอกจากนี้ ยังมีบัตรเข้าชมประเภทอื่นๆ ได้แก่ บัตรเจ้าบ้านอุดรธานี บัตรเครือสบายดี บัตรแบบกลุ่ม และบัตรเข้าชมฟรีสำหรับผู้มีสิทธิ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.udonthaniexpo2026.com หรือ LINE Official Account: @organizer.udonexpo

