“สว.สุนทร” ถก กปว. เร่งเยียวยาเจ้าหนี้ประกันภัย 5 หมื่นล้าน ห่วงปล่อยตามระบบเดิมต้องรอนาน 30 ปี แนะดึงกลไกท้องถิ่นช่วยตามสิทธิถึงมือประชาชน

สุนทร พฤกษพิพัฒน์ คปภ.

รัฐสภา, 28 ตุลาคม 2569 – นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ประธานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค (อนุกมธ.คุ้มครองผู้บริโภค) วุฒิสภา ใน คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้จัดประชุมพิจารณาเรื่อง “การละเมิดสิทธิผู้บริโภคและเร่งรัดการเยียวยาผู้เอาประกันภัยจากวิกฤตหนี้สินกองทุนประกันวินาศภัย” เพื่อหาทางออกและเร่งรัดการคืนสิทธิประโยชน์ให้แก่ประชาชนผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าหนี้จากวิกฤตประกันภัย ‘เจอ จ่าย จบ’ การประชุมครั้งนี้มีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง รวมถึง กองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) นำโดย นางสาวกัลยา จุกหอม กรรมการบริหารกองทุนประกันวินาศภัย รักษาการแทนในตำแหน่งผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย และคณะ

นายสุนทร ได้ร่วมหารือถึงแนวทางการจัดสรรและบริหารงบประมาณเพื่อชำระหนี้แก่ประชาชน ซึ่งมีวงเงินสูงถึงประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โดยเสนอแนะว่าภาครัฐควรมีกรอบระยะเวลาการทยอยจ่ายเงินคืนที่ชัดเจนและจับต้องได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เนื่องจากหากปล่อยให้เป็นไปตามระบบขั้นตอนเดิมที่อาจต้องใช้เวลานานถึง 30 ปี จะทำให้ผู้ได้รับผลกระทบต้องแบกรับภาระและรอคอยยาวนานเกินไป

สุนทร พฤกษพิพัฒน์

นอกจากนี้ ในประเด็นอุปสรรคเรื่องการติดต่อผู้มีสิทธิรับเงินเยียวยา ประธาน อนุกมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ได้เสนอแนะแนวทางบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากระบบมีฐานข้อมูลสำเนาบัตรประชาชนและที่อยู่ของผู้เอาประกันภัยอยู่แล้ว หากไม่สามารถติดต่อเจ้าตัวได้โดยตรง ก็ควรประสานความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์และกระจายข้อมูลแจ้งสิทธิลงลึกถึงระดับหมู่บ้านและตำบลได้อย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้รับฟังเสียงสะท้อนในมิติทางด้านกฎหมาย โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติประกันชีวิต และร่างพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย ฉบับปรับปรุงแก้ไข ซึ่งค้างอยู่ในกระบวนการพิจารณามาเป็นเวลานานนับสิบปี ส่งผลต่อความคล่องตัวในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในระยะยาว ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ จะรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะทั้งหมดเพื่อจัดทำรายงานและประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันมาตรการเยียวยาเจ้าหนี้ กปว. ให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป