คอมมานโด รวบสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจหลอกคืนเงินเหยื่อ สูญ 8.2 ล้าน

คอมมานโดรวบสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจหลอกคืนเงินเหยื่อ ก่อนออกอุบายกดลิงก์โอน 64 ครั้งสูญเงิน 8.2 ล้านบาท เจ้าตัวยังปากแข็งอ้างน้ำท่วมบ้านเอกสารหาย​

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.อุสุมา (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.6647/2568 ลงวันที่ 26 พ.ย.68 ข้อหา ““เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยประการที่น่าจะรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ” โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนกำแพงเพชร 6 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

​สืบเนื่องจากผู้เสียหายรายหนึ่งได้สั่งซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านเฟซบุ๊ก แต่กลับโดนโกง ต่อมามีคนร้ายทักไลน์มาแอบอ้างเป็นตำรวจฝ่ายระบบ ชื่อ “ร.ต.ท.เกริกพล ศุภเสรีภาพ” ทำทีหวังดีอ้างว่าสามารถติดตามดึงเงินคืนให้ได้ ก่อนส่งลิงก์ปลอมให้กด และล่อลวงให้ติดต่อกับผู้ร่วมขบวนการที่อ้างเป็น “เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี” จากนั้นหลอกล่อให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าดำเนินการสารพัดอ้าง เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวน 64 ครั้งรวมเป็นเงิน 8,163,191 บาท กระทั่งลูกชายผู้เสียหายมาพบความผิดปกติ จึงห้ามแม่ไว้ แล้วพาเข้าแจ้งความที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่

​จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า น.ส.อุสุมา หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ บริเวณถนนกำแพงเพชร 6 ชุดจับกุมจึงนำกำลังลงพื้นที่จับกุมได้ดังกล่าว​

สอบสวนเบื้องต้น น.ส.อุสุมา ยังให้การปฏิเสธว่าไม่เคยเปิดบัญชีม้าหรือยืมบัญชีให้ใคร และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์ พร้อมอ้างว่าปกติพักอาศัยอยู่บ้านสวนยางคนเดียว เคยเก็บสมุดบัญชี รหัส และบัตรประชาชนไว้ในบ้าน แต่ช่วงน้ำท่วมเอกสารอาจจะหลุดหายไป โดยที่ตนไม่ได้ไปแจ้งความไว้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป