กรมอนามัย เปิดประชุมศูนย์บัญชาการน้ำท่วม ส่งทีม SEhRT ดูแลสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน

วานนี้ (28 กันยายน 2569) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดประชุมศูนย์ปฏิบัติการรองรับภาวะฉุกเฉิน กรมอนามัย (DOH EOC) เพื่อเร่งติดตามสถานการณ์และดำเนินการช่วยเหลือประชาชนและบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบหมายทีม SEhRT สนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด กำชับให้สื่อสารและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการจัดส้วมฉุกเฉินและการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกสุขลักษณะและปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถขับถ่ายได้อย่างเหมาะสม ป้องกันการปนเปื้อน และลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคในพื้นที่ประสบภัย

ขณะเดียวกัน ให้สำรวจและเตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ ประเมินความต้องการของพื้นที่ และจัดหาเพิ่มเติมให้เพียงพอต่อการสนับสนุนภารกิจ รวมถึงจัดหาถุงช่วยเหลือผู้ประสบภัยและยาป้องกันน้ำกัดเท้า เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตามระเบียบและอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ให้สำรวจบุคลากรกรมอนามัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนตามความเหมาะสม รวมถึงจัดเตรียมพื้นที่พักพิงที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ตลอดจนพิจารณาดูแลบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์ฉุกเฉินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์น้ำท่วม ต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะ ส้วมและสิ่งปฏิกูล น้ำ และอาหาร เนื่องจากน้ำท่วมอาจทำให้ระบบสุขาภิบาลได้รับความเสียหาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรค สำหรับการจัดการส้วมและสิ่งปฏิกูล หากส้วมปกติไม่สามารถใช้งานได้ ควรจัดให้มีส้วมฉุกเฉินที่เพียงพอ เหมาะสมกับจำนวนประชาชนและสภาพพื้นที่ พร้อมดูแลระบบการเก็บรวบรวม ขนส่ง และกำจัดสิ่งปฏิกูลอย่างถูกสุขลักษณะ ไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแหล่งน้ำหรือพื้นที่สาธารณะโดยตรง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการแพร่กระจายของเชื้อโรค รวมทั้งควรจัดการวัสดุและของเสียที่เกิดขึ้นจากการให้บริการอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ด้านน้ำอุปโภคบริโภค ควรเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากน้ำท่วมอาจพาสิ่งปฏิกูล น้ำเสีย หรือสารปนเปื้อนเข้าสู่แหล่งน้ำ หากไม่มั่นใจในความปลอดภัยของน้ำ ไม่ควรนำมาใช้ดื่มหรือประกอบอาหาร และควรจัดหาน้ำสะอาดที่ปลอดภัยให้ประชาชน อย่างเพียงพอ ส่วนการจัดการอาหาร ให้เน้นความสะอาด ปรุงสุกใหม่ ใช้วัตถุดิบที่ปลอดภัย เก็บอาหารในภาชนะที่ปิดมิดชิด และป้องกันการปนเปื้อนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การเตรียม ปรุง เก็บรักษา จนถึงการแจกจ่าย โดยเฉพาะอาหารที่นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำ


ทั้งนี้ กรมอนามัยจะจัดทำแผนการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในระยะฟื้นฟู เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด โดยประเมินและจัดการความเสี่ยงด้านสุขาภิบาลที่อาจตกค้าง จากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมนำเสนอแผนต่อที่ประชุม PHEOC เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ

กรมอนามัย / 29 กันยายน 2569