วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ต.หนองปรือ อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จัดพิธีส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เนื่องในโอกาสที่ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จะครบกำหนดเกษียณอายุราชการในสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีคณะผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจในสังกัดเข้าร่วมพิธี

ต่อมาเวลา 13.30 น. ได้จัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและแสดงมุทิตาจิตแก่ข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความขอบคุณในความเสียสละและการอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการดำรงตำแหน่ง พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ได้ขับเคลื่อนการพัฒนากองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “3 ยกระดับ : ความสะดวก ความปลอดภัย และความเป็นธรรม” (Convenience–Safety–Fairness) มุ่งพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ระบบงาน เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม
ด้านการพัฒนาบุคลากร ได้ขับเคลื่อนแนวคิด SSR : SMART–SMILE–RELIABLE มุ่งสร้างตำรวจท่องเที่ยวที่มีความเป็นมืออาชีพ มีจิตบริการ และเป็นที่เชื่อถือของนักท่องเที่ยว ควบคู่กับการยกระดับเจ้าหน้าที่สายตรวจสู่ Tourist Police Smart Patrol โดยนำอุปกรณ์สมัยใหม่มาใช้ในการปฏิบัติงาน อาทิ กล้องบันทึกภาพประจำตัว (Body Camera) เครื่องแปลภาษา วิทยุสื่อสารดิจิทัล และปืนไฟฟ้า TASER พร้อมฝึกอบรมการใช้ TASER จำนวน 21 รุ่น รวม 1,250 นาย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระงับเหตุและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

ด้านความสะดวก (Convenience) ได้พัฒนาระบบบริการประชาชนผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการสื่อสาร 8 ภาษา และแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police รองรับ 6 ภาษา พร้อมระบบ Chatbot และ SOS ที่สามารถส่งข้อมูลพร้อมพิกัดผู้ขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ 1155 ได้ทันที โดยตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 23 กันยายน 2569 มียอดดาวน์โหลดสะสม 702,577 ครั้ง และการขอความช่วยเหลือผ่านระบบ SOS จำนวน 6,943 ครั้ง นอกจากนี้ ยังพัฒนารูปแบบการปฏิบัติงาน Smart S.W.A.T. (Stop Walk And Talk) ภายใต้แนวคิด “เดินให้ทั่ว คุยให้ถึง เป็นที่พึ่งของนักท่องเที่ยว” เพื่อเพิ่มการปรากฏกายของเจ้าหน้าที่และสร้างความใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่
ด้านความปลอดภัย (Safety) ได้ยกระดับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทั้งรถปฏิบัติการ CCOC Mobile จำนวน 11 คัน รถ CCOC Mobile (Microbus) จำนวน 4 คัน รถบรรทุกโดรน 32 คัน อากาศยานไร้คนขับ 128 ลำ และ Smart Check Point จำนวน 32 ชุด รวมถึงการนำระบบกล้องอัจฉริยะ AI และ Face Recognition เชื่อมโยงฐานข้อมูลหมายจับกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สามารถตรวจจับและแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่แบบ Real-time โดยมีผลการจับกุมบุคคลตามหมายจับแล้ว 948 ราย และผู้กระทำผิดกรณี Overstay อีก 7 ราย ตามข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2569

ผลการดำเนินงานสะท้อนผ่านอัตราการเกิดคดีอาญาที่กระทบต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 3.39 คดีต่อนักท่องเที่ยว 100,000 คน ในปีงบประมาณ 2567 เหลือ 2.12 คดีในปี 2568 และ 1.37 คดีในปีงบประมาณ 2569 ตามช่วงเวลาที่รายงาน ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 5 คดีต่อนักท่องเที่ยว 100,000 คน พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนผ่านโครงการ Strong Tourism Community (STC) จำนวน 33 ชุมชน มีอาสาสมัครในโครงการ 1,611 คน และเครือข่ายอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวในภาพรวมกว่า 8,500 คน ร่วมเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว
ด้านความเป็นธรรม (Fairness) ได้เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ภายใต้ปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรม “10 กลุ่มต้องห้าม” โดยมุ่งปราบปรามธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ผิดกฎหมาย คนต่างด้าวลักลอบประกอบอาชีพสงวน นอมินี ตลอดจนภัยออนไลน์และเพจปลอมที่แอบอ้างบริการท่องเที่ยว โดยตรวจพบเพจปลอมเกี่ยวกับโรงแรมและที่พัก 530 เพจ และเพจแอบอ้างบริการท่องเที่ยวทางทะเลอีก 15 เพจ
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างหน่วยงาน การสนับสนุนงบประมาณและสวัสดิการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ภาคประชาชน ตลอดจนสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม

ตลอดระยะเวลา 3 ปี กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวยังได้รับรางวัลและประกาศเกียรติคุณด้านการสืบสวนจับกุม การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมหลายรางวัล รวมถึงได้รับการเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานเชิงบวกผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 มีภาพข่าวเชิงบวกของตำรวจท่องเที่ยวรวม 9,219 ครั้ง สะท้อนถึงการดำเนินงานและการประชาสัมพันธ์ภารกิจของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
พิธีส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในครั้งนี้ จึงถือเป็นการส่งต่อภารกิจและแนวทางการพัฒนาองค์กรที่ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ได้วางรากฐานไว้ตลอดระยะเวลา 3 ปี จากแนวคิด SSR : SMART–SMILE–RELIABLE สู่การขับเคลื่อน “3 ยกระดับ : ความสะดวก ความปลอดภัย และความเป็นธรรม” เพื่อให้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวสามารถสานต่อการพัฒนาองค์กรสู่ความทันสมัย ยกระดับมาตรฐานการดูแลนักท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

