โจรผวา ประชาอุ่นใจ : ย้อนผลงาน 21 เดือน “ผู้การเอ้” ยกระดับ “ระนอง” สู่เมืองปลอดภัย-ชาวบ้านหลับสบาย  

ธนวัตร วัฒนกุล

วันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ ข้าราชการจำนวนมากจะต้องถอดหัวโขน ถอดตำแหน่งเอาไว้ แล้วกลับไปนั่งพักผ่อนเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้าน ซึ่งบางราย เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งประชาชนในพื้นที่อาจจะอาลัยอาวรณ์ เนื่องจากได้ฝากผลงาน ฝากสิ่งที่ดีงามเอาไว้แก่หน่วยงาน แก่พื้นที่ที่เคยดูแลรับผิดชอบ

“ผู้การเอ้” พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ระนอง เป็นหนึ่งใน ข้าราชการน้ำดี ที่ถึงเวลาต้องอำลาชีวิตราชการ แม้ว่าจะยังมีความสุข และสนุกกับการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ชาวระนอง และการพัฒนาหน่วยงานให้เจริญก้าวหน้าขึ้นทั้งในเชิงกายภาพ และคุณภาพ

โดยเมื่อมกราคม 2568 ผู้การเอ้ ซึ่งขณะนั้นเป็นเลขานุการตำรวจไ ด้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้มาช่วยดูแลจังหวัดชายแดนฝั่งอันดามัน ซึ่งมีทั้งปัญหายาเสพติด คนเข้าเมือง ค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติ และความปลอดภัย ของประชาชน ตลอด 21 เดือนที่ครองตำแหน่ง พล.ต.ต.ธนวัตรได้ยกระดับการปฏิบัติงานของตำรวจระนองให้มีความเข้มข้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมทั้งได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในมิติต่าง ๆ ทั้งการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ, การอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยให้แก่ผู้พี่น้องประชาชน และผู้ที่เดินทางมาเยือน

ดูแลคนทำงาน เพื่อให้คนทำงาน ดูแลประชาชน

ผู้การเอ้ เชื่อว่า การจะ “พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตทรชน” ทำให้ โจรต้องผวา แต่ประชาอุ่นใจ นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีคุณภาพ และประสิทธิภาพ เขาจึงเริ่มจากการสร้างขวัญ และกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยการ ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจในสังกัดอย่างต่อเนื่องเพื่อรับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะก่อนจะนำมาปรับปรุงแก้ไข, ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ทั้งที่พักอาศัยและที่ทำการให้มีสภาแวดล้อมที่ดีขึ้น, ดูแลสิทธิสวัสดิการให้ตำรวจระนองได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนตามระเบียบราชการ ทำให้ตำรวจระนองมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพกำลังพลอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดฝึกอบรมด้านยุทธวิธีตำรวจและการเข้าระงับเหตุ Six Man Team (Basic S.W.A.T.) ให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเผชิญวิกฤติ, การฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อาวุธปืน และการยิงปืนทางยุทธวิธีให้เจ้าหน้าที่สายป้องกันปราบปราม, สายสืบสวน และสายจราจรทั่วจังหวัด รวมทั้งมีฝึกทบทวนด้านยุทธวิธีและระเบียบปฏิบัติทุกสัปดาห์ เป็นต้น

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้การระนองยังจับลูกน้องฝึกหลักสูตรการให้ความช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสถานการณ์เผชิญหน้าหรือการปะทะ เพื่อลดอัตราความสูญเสียทั้งแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน อีกด้วย

เทคโนโลยี-นวัตกรรมเพื่อชุมชน

ในส่วนการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน ผู้การเอ้ ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ อาทิ โครงการ “พันตา ประชาร่วมใจ” ติดตั้งระบบ CCTV ตามจุดเสี่ยงสำคัญ ถนนสายหลัก พื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยว โดยดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม, ระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยร่วม ปภ. โดยบูรณาการฐานข้อมูลและยกระดับเทคโนโลยีร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในการเผชิญเหตุ และกระจายข้อมูล  เมื่อเกิดภัยพิบัติ หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน

ฟ้าสางกลางระนอง – 5 ปลอด – เครือข่ายใยแมงมุม

ด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม พล.ต.ต.ธนวัตร เปิดปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้นเป้าหมายอย่างต่อเนื่องเพื่อตัดวงจรอาชญากรรม ป้องกันการรวมตัวมั่วสุม กวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังนำทีมไปตรวจสถานบันเทิงด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นจะว่า ทุกแห่งต้อง ปลอดเด็ก-ปลอดสิ่งผิดกฎหมาย-ปลอดอาวุธ-ปลอดค้ามนุษย์-ปลอดภัย ขณะเดียวกันยังกระจายตั้งจุดตรวจจุดสกัดทั่วทั้งจังหวัดครอบคลุมเส้นทางหลักและรองเพื่อคัดกรองสิ่งผิดกฎหมาย อาวุธ และยาเสพติด

ความปลอดภัยในการสัญจร

เจ้าของรหัส “ระนอง 1” ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่กวดขันวินัยจราจร โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มีการจราจรหนาแน่น มี โครงการสุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุ ควบคู่การรณรงค์สวมหมวกนิรภัย นอกจากนี้ยังกำชับให้เข้มงวดกับการขับขี่ที่สร้างความเดือดร้อน หรืออันตรายแก่ผู้อื่น โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่ง“โครงการสุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย”ทำให้ได้รับ รางวัลรองชนะเลิศประเภทหน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ 2568 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะเดียวกันเนื่องจากระนองเป็นเมืองชายทะเลจึงสั่งการให้คุมเข้มความปลอดภัยบริเวณท่าเรือสำคัญ ตรวจสอบการใช้เสื้อชูชีพ รวมไปถึงเรือประมงผิดกฎหมาย

เรือประมงสีขาว-หมู่บ้านสีขาว

เนื่องจากระนองอยู่ติดชายแดนไทย-เมียนมา แถมยังเป็นเมืองประมง ทำให้มีความเสี่ยงในการลักลอบและใช้ยาเสพติด ผู้การเอ้ จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสกัดกั้นและปราบปราม โดยร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จัด โครงการเรือประมงสีขาว โดยเน้นการเข้าไปตรวจสอบ คัดกรอง และป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานภาคประมง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงเนื่องจากต้องใช้ชีวิตในทะเลเป็นเวลานาน ขณะที่ระดับชุมชนก็จัด โครงการชุมชนยั่งยืน/หมู่บ้านสีขาว เน้นการลงพื้นที่ในจุดยุทธศาสตร์ เช่น เกาะสินไห เพื่อติดตามการสร้างชุมชนเข้มแข็ง บำบัดรักษาผู้เสพควบคู่ไปกับการกวาดล้างผู้ค้าในพื้นที่

รวมทั้งมีการเปิดปฏิบัติการตามแผนยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เช่น แผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ผลงานชิ้นสำคัญคือการทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามจังหวัด ที่เชื่อมโยงระหว่างจังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาหลักได้ 5 ราย พร้อมทำการขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดทั้งหมด เช่น บ้าน ที่ดิน ทองคำ และยานพาหนะ เพื่อตัดวงจรเงินทุนของกลุ่มผู้ค้า

บูรณาการปราบปรามการค้ามนุษย์

ในฐานะเมืองหน้าด่าน ทำให้ระนองมีความเสี่ยงสูงในเรื่องการลักลอบขนแรงงานเถื่อนและการค้ามนุษย์ พล.ต.ต.ธนวัตร นำตำรวจภูธรจังหวัดระนองทำงานร่วมกับ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง (ตม.จว.ระนอง) และกองกำลังทหารในพื้นที่ (ฉก.ร.25) ในการตั้งจุดตรวจความมั่นคงตามเส้นทางยุทธศาสตร์ (เช่น จุดตรวจด่าน กม. 70) เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนแรงงานสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง และคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ออกจากกลุ่มแรงงานเถื่อนอย่างเป็นระบบ จากความเข้มงวดในการสืบสวนขยายผลและจับกุมขบวนการนำพาแรงงานต่างด้าวและการบังคับใช้แรงงานอย่างจริงจัง ทำให้ “ภ.จว.ระนอง” ได้รับมอบประกาศเกียรติคุณจากตำรวจภูธรภาค 8 ให้เป็น “หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านการปราบปรามคดีค้ามนุษย์ ประจำเดือนพฤษภาคม 2569”

ภาคีเครือข่ายประชาชน

การทำงานร่วมกับภาคประชาชนถือเป็นหัวใจสำคัญในยุทธศาสตร์ “Trust in Task, True to Justice, Work for the People” ของ “ระนอง 1” โดยเน้นย้ำว่าตำรวจไม่สามารถดูแลความปลอดภัยได้อย่างทั่วถึงหากขาดความร่วมมือจากคนในพื้นที่ จึงได้ก่อตั้ง “ภาคีเครือข่ายประชาชน” ประจำสถานีตำรวจ ในพื้นที่เข้ามาทำหน้าที่สะท้อนปัญหา ความเดือดร้อนในชุมชน ช่วยเฝ้าระวังสิ่งผิดกฎหมาย และแจ้งเบาะแสเหตุต้องสงสัยให้เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุได้ทันท่วงทีก่อนจะบานปลาย

จากผลงานที่กล่าวมา ทำให้ ผู้การเอ้ ได้รับการคัดเลือกเป็น ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2569 และเข้ารับเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติเมื่อ 2 เมษายน 2569 ซึ่งถือเป็นการการันตีผลงานตลอด 21 เดือนในฐานะหัวหน้าตำรวจจังหวัดระนอง!!

แม้ว่าทั้งระบบงาน บุคลากร ความร่วมมือกับภาคประชาชน และโครงการต่าง ๆ ที่ได้วางไว้ จะสามารถดำเนินการต่อไปได้แม้เจ้าตัวจะเกษียณไปแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่าคนระนอง และผู้ใต้บังคับบัญชาน่าจะต้องคิดถึง ผู้ชายคนนี้ที่ชื่อ “เอ้-ธนวัตร” อย่างแน่นอน!!