วันนี้ (22 ก.ย. 69) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังมีข้อตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้สอบถามนายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร โดยหลักแล้วตนเองขอไม่พูดถึงเรื่องนี้ เพราะไม่ต้องการก้าวก่ายในส่วนของอีกฝ่าย
ส่วนขณะนี้เสียงของรัฐบาลจำเป็นต้องมี สส. เข้ามาเพิ่มหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลบริหารงานอยู่ที่ 300 เสียง โดยนับสัดส่วนรัฐบาลที่ 300 เสียง และที่ผ่านมาได้ดำเนินงานมาด้วยดี
นายภราดร กล่าวต่อว่า สำหรับพรรคการเมืองที่ไม่ได้สังกัดฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ตามหลักการแล้ว หากพรรคใดไม่ได้ร่วมรัฐบาล ก็ต้องอยู่ในฝ่ายค้านโดยอัตโนมัติ เพราะการเป็นฝ่ายค้านไม่ได้มีการตกลงกันเหมือนการจัดตั้งรัฐบาล
“ถึงได้บอกว่า การไปตัดสิทธิ์ความเป็นฝ่ายค้านโดยแกนนำฝ่ายค้านแบบนี้ ใช้สิทธิ์อะไรไปตัดสิทธิ์คนอื่น” นายภราดรกล่าว
นายภราดร กล่าวว่า การลงมติใด ๆ ที่ไม่เหมือนกับฝ่ายค้าน ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. ที่สามารถดำเนินการได้ และตนเองไม่ได้เป็นการแก้ตัวให้พรรคกล้าธรรม เพราะจะเห็นว่าบางเรื่องพรรคกล้าธรรมลงมติตรงข้ามกับรัฐบาล บางเรื่องงดออกเสียง และบางเรื่องลงมติไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรคการเมืองที่จะพิจารณาว่าเรื่องต่าง ๆ จะลงมติอย่างไร
ส่วนกรณีการจัดสรรเวลาอภิปรายหลังจากนี้ นายภราดร กล่าวว่า ต้องพิจารณาตามสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 500 คน แล้วนำมาคำนวณสัดส่วนเวลาว่า สส. 1 คนจะได้รับเวลาเท่าใด พรรคใดมีสมาชิกเท่าใดก็คูณตามจำนวนสมาชิก เพราะสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือของรัฐบาล แต่เป็นของสมาชิกทั้ง 500 คน และทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
เมื่อถามว่า หากพรรคกล้าธรรมไม่ได้เป็นฝ่ายค้านแล้ว จะขอเวลาอภิปรายจากฝ่ายใด นายภราดรกล่าวว่า จะให้มากินเวลาของรัฐบาลก็เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นต้องแบ่งสัดส่วนให้ชัดเจน หากมีฝ่ายค้านอิสระเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งกลุ่มประมาณ 50 – 60 คน หากจะให้เกิดความเป็นธรรม ก็ต้องนำมาหารสัดส่วนกันให้ชัดเจน
ส่วนกรณีมีแนวโน้มว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ยังไม่ทราบ และย้ำว่ายังไม่ได้พูดคุยกับนายอรรถกร รวมถึงไม่ทราบว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและหัวหน้าพรรคกล้าธรรมได้มีการเจรจา ตกลง หรือพูดคุยกันหรือไม่
เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลที่มี 300 เสียงเพียงพอแล้วหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ที่ผ่านมาก็บริหารงานกันอยู่ที่ 300 เสียงแล้ว

