ผ่าน 3 เดือน! ครอบครัวไรเดอร์ร้องสื่อ ผอ.ป.ป.ช. เมาขับชนดับ ไร้เยียวยาตามสัญญา ลูก 2 คนไร้เงินเรียน-ไร้บ้าน

ครอบครัวไรเดอร์วัย 43 ปี ร่ำไห้ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกรถกระบะของ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ชนเสียชีวิตบนถนนราชพฤกษ์ ผ่านกว่า 3 เดือน อ้างคู่กรณีเคยรับปากดูแลค่าเล่าเรียนลูก 2 คน แต่หลังช่วยค่าศพ 5 หมื่นบาทกลับเงียบหาย ลูกสาววัย 19 ปี ยังไม่ได้เรียนต่อ ส่วนพี่น้องต้องอาศัยบ้านป้า ขณะที่ตำรวจยืนยันคดีเดินตามขั้นตอน ไม่มีการช่วยเหลือทางคดี

ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุสะเทือนใจ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 หลังรถกระบะของ นายจรงค์ (สงวนนามสกุล) ผู้อำนวยสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของ นายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี อาชีพไรเดอร์ จนเสียชีวิต บริเวณถนนราชพฤกษ์ บนสะพานข้ามถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจ หลังมีคลิปจากพลเมืองดีและกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์หลายมุม รวมถึงเหตุการณ์หลังเกิดเหตุที่มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความพยายามสลับตัวผู้ขับขี่ ก่อนที่คู่กรณีจะยอมรับว่าเป็นผู้ขับรถและมีการลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต

ล่าสุด วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง จ.นนทบุรี นางวิยะดา นาคงสี อายุ 49 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย นางสาวศิรภัสสร นาคงสี อายุ 19 ปี และ นายศิรวิทย์ นาคงสี อายุ 21 ปี ลูกของผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน

นางวิยะดา เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า หลังน้องชายเสียชีวิต ครอบครัวต้องเผชิญความลำบาก โดยเฉพาะหลานทั้ง 2 คนที่ต้องสูญเสียพ่อ ขณะนี้ผ่านมากว่า 3 เดือน และเพิ่งทำบุญครบรอบ 100 วันไปแล้ว แต่ยังไม่มีการติดต่อจากคู่กรณีเพื่อพูดคุยหรือช่วยเหลือเยียวยาตามที่เคยตกลงกันไว้

พี่สาวผู้เสียชีวิตระบุว่า ช่วงหลังเกิดเหตุ คู่กรณีเคยรับปากว่าจะช่วยดูแลลูกทั้ง 2 คน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาและค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่จนถึงขณะนี้กลับไม่มีการส่งเสีย ทำให้หลานทั้งสองต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก บางครั้งต้องขอยืมเงินเพื่อใช้จ่ายและเรียนหนังสือ


ด้าน นางสาวศิรภัสสร ลูกสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ฝั่งคู่กรณีช่วยเหลือค่าจัดงานศพจำนวน 50,000 บาท จากนั้นไม่มีการติดต่อหรือเยียวยาเพิ่มเติมอีก พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้มีการตกลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะช่วยเหลือเรื่องค่าเล่าเรียนของเธอ รวมถึงดูแลค่าใช้จ่ายและที่อยู่อาศัยของพี่ชาย แต่จนถึงขณะนี้สิ่งที่ตกลงกันไว้ยังไม่เกิดขึ้นตามที่ครอบครัวเข้าใจ


ปัจจุบันยังไม่ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ขณะที่เธอและพี่ชายยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ต้องอาศัยอยู่กับป้าเป็นการชั่วคราว พร้อมยอมรับว่าหากบิดายังมีชีวิตอยู่ เชื่อว่าชีวิตของทั้งสองคนคงไม่ลำบากถึงขนาดนี้

ทั้งนี้ ครอบครัวฝากถึงคู่กรณีว่า ต้องการให้กลับมาพูดคุยและดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาตามที่เคยตกลงกันไว้ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาและความเป็นอยู่ของลูกทั้ง 2 คน ซึ่งต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป


ส่วนความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ขณะนี้ได้รับผลการชันสูตรโดยละเอียดจากแพทย์นิติเวชแล้ว และอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนดำเนินการจัดทำสำนวนเพื่อส่งฟ้องต่อศาล พร้อมยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปตามขั้นตอน และไม่มีการช่วยเหลือทางคดี โดยผู้เสียหายจะได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดหลายมุม รวมถึงคลิปเหตุการณ์ที่เผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ซึ่งครอบครัวเตรียมนำมาใช้ประกอบการติดตามข้อเท็จจริงและความคืบหน้าของคดีต่อไป