ช่วงบ่ายวันนี้ (21 ก.ย. 69) กรุงเทพมหานครจัดกิจกรรมฝึกซ้อมอพยพหนีไฟภายในอาคารศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ประจำปี 2569 เพื่อทดสอบระบบป้องกันอัคคีภัย ความพร้อมในการประสานงานฉุกเฉิน และการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงประชาชนผู้มาติดต่อ
● ซ้อมจริงทุกสเต็ป: เกิดเหตุ-ระงับ-ช่วยเหลือ-กลับสู่ภาวะปกติ
การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการจำลองสถานการณ์เพลิงไหม้เสมือนจริงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เริ่มตั้งแต่การเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณสำนักงานกฎหมายและคดี ชั้น 3 ฝั่งถนนดินสอ การโทรแจ้งเหตุ การใช้ถังดับเพลิงระงับเหตุเบื้องต้น การประสานเพื่อประกาศเสียงตามสายภายในอาคาร รวมถึงการส่งสัญญาณกริ่งเตือนภัยเพื่ออพยพบุคลากรไปยังจุดรวมพลบริเวณลานคนเมือง การตรวจเช็กจำนวนบุคลากรอย่างละเอียด ณ จุดรวมพล ควบคู่กับการเข้าควบคุมสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย การทำ CPR ปฐมพยาบาลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งผู้บาดเจ็บไปรักษาของทีมแพทย์ฉุกเฉิน จนกระทั่งการฝึกซ้อมเสร็จสิ้นและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
● ผนึกกำลังทุกหน่วยงานรับมือเหตุฉุกเฉิน
ภายในกิจกรรมมีการบูรณาการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานกฎหมายและคดี ร่วมกับสำนักงานเลขานุการปลัดกรุงเทพมหานคร ประสานแจ้งเหตุเพลิงไหม้และเข้าระงับเหตุในเบื้องต้น สำนักงานประชาสัมพันธ์ รับผิดชอบการสื่อสารสร้างการรับรู้แก่บุคลากรและผู้มาติดต่อ พร้อมแจ้งเตือนผ่านเสียงตามสายภายในอาคารตามขั้นตอนการอพยพหนีไฟ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดรถดับเพลิงพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ ตัดกระแสไฟฟ้า สำนักการแพทย์ โดยทีมแพทย์ฉุกเฉินศูนย์เอราวัณ ปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ และสำนักงานเขตพระนคร ผู้อำนวยการเขตเข้าบัญชาการเหตุการณ์ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความปลอดภัยรอบพื้นที่
● ลดความเสี่ยง-ความสูญเสีย ผ่านยุทธศาสตร์ “เมืองน่าอยู่-ปลอดภัยดี”
การฝึกซ้อมอพยพหนีไฟประจำปีเป็นมาตรการสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของทางราชการรวมถึงประชาชน ช่วยให้บุคลากรมีทักษะและความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ตนเองอย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ควบคู่กับการประเมินจุดบกพร่องหลังการฝึกซ้อมเพื่อนำไปอุดช่องว่างและพัฒนาแผนเผชิญเหตุให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้กรุงเทพมหานครมีการบริหารจัดการสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ พร้อมรับมือและระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ “เมืองน่าอยู่” ในมิติ “ปลอดภัยดี” อย่างยั่งยืน

