กทม. ไฟเขียวปรับปรุงทางเชื่อม BTS ชิดลม พื้นกันลื่น – CCTV คุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัย

(21 ก.ย. 69) เวลา 13.30 น. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมสำนักการโยธา 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการขนส่งมวลชน และพิจารณาการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน 

ที่ประชุมฯ ได้พิจารณาข้อเสนอของ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในการปรับปรุงทางเชื่อม (R-walk) บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS ชิดลม ที่เชื่อมต่อกับอาคารเกษรพลาซ่า โรงแรมไฮแอท เอราวัณ และอาคารอัมรินทร์พลาซ่า โดยมีการปรับปรุงพื้นทางเดิน หลังคา ซุ้มทางเข้า-ออก ราวกันตกกระจก และระบบไฟฟ้าส่องสว่าง 

รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าวเน้นย้ำด้านมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ปรับปรุงทางเชื่อม ดังนี้

มาตรฐานวัสดุและความปลอดภัย: ให้ระมัดระวังเรื่องประเภทของกระเบื้องพื้น ต้องเป็นชนิดกันลื่นเมื่อถูกฝนสาด และห้ามปูกระเบื้องปิดทับทางระบายน้ำโดยเด็ดขาด

ระบบส่องสว่างและกล้องวงจรปิด: ให้เพิ่มการติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างให้เพียงพอ พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มเติม โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้น – ลงบันได ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้บริการ

    นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ วิศณุ ได้กล่าวถึงวาระเร่งด่วนในการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการโอนย้ายทรัพย์สินและหนี้สินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง ให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ดังนี้:

    การจัดทำข้อมูลบัญชีและทรัพย์สิน: มอบหมายให้สำนักการคลัง กรุงเทพมหานครเร่งจัดเตรียมข้อมูลรายได้ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองให้ชัดเจน พร้อมระบุภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครตามมติ ครม. เป็นรายประเด็นให้มีความชัดเจน

    การจัดทำร่างข้อตกลง (MOU): เร่งดำเนินการร่างข้อตกลงร่วมกับ รฟม. เพื่อบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการโอนย้ายทรัพย์สินและหนี้สินให้เป็นไปตามขั้นตอน

    และการติดตามระบบและการรายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานภายใต้นโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน: โดยติดตามประเด็นการติดตั้งระบบอุปกรณ์หัวอ่าน ให้เรียบร้อยก่อนการเปิดใช้งานจริง (ม.ค. 70) และให้นำเสนอรายละเอียดทั้งหมดให้สภากรุงเทพมหานครได้รับทราบเพื่อความโปร่งใสและชัดเจนต่อไป