ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ, 21 กันยายน 2569 – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมาย นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พม. เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชน ปี 2569 : Children and Youth Expo 2026 โดยมี นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวต้อนรับ และนายอนิก พลทัตพชระ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวง พม., ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนด้านเด็กและเยาวชน, สถาบันการศึกษา, ผู้ปฏิบัติงานด้านเด็กและเยาวชน, สภาเด็กและเยาวชน และ เด็กและเยาวชน เข้าร่วมงาน

นางสาวชนก กล่าวว่า งานมหกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชน ปี 2569 : Children and Youth Expo 2026 เป็นเวทีเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านเด็กและเยาวชนต่อสาธารณชน และสร้างพื้นที่สำหรับการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ประกอบด้วย นิทรรศการผลการดำเนินงานด้านเด็กและเยาวชนตลอดทุกช่วงวัย , พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของสภาเด็กและเยาวชนระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่าย 16 หน่วยงาน และการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ 6 ประเภท ได้แก่ สภาเด็กและเยาวชน หน่วยงาน องค์กร และบุคคลที่มีผลงานโดดเด่น เพื่อเป็นแบบอย่างและขยายผลต่อยอดไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีเวทีของเด็กและเยาวชน ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมด้วยตนเอง ประกอบด้วยการเสวนา “พลังเครือข่าย สร้างเด็กไทยสู่อนาคต” และ “Youth Talk 21 : เสียงของคนรุ่นใหม่สู่อนาคต” การโต้วาที 4 ภาค การประกวด Youth Challenge และการแสดงความสามารถ และนิทรรศการนำเสนอผลงานตั้งแต่การเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด การพัฒนาเด็กปฐมวัย ศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็ก การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและครอบครัวอุปถัมภ์ งานสภาเด็กและเยาวชน โครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ตลอดจนผลงานของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อนภารกิจด้านเด็กและเยาวชนตามนโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ของนายนิกร

โดยภารกิจด้านที่ 2 ว่าด้วยเด็กและเยาวชน มีการกำหนดแนวทางสำคัญไว้ 3 ประการ ดังนี้ 1) การยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศให้เพียงพอและได้มาตรฐาน 2) การผลักดันเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้า และ 3) การยกเครื่องสภาเด็กและเยาวชนให้มีช่องทางการมีส่วนร่วมออนไลน์ที่ทันสมัยและเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
นางสาวนชนก กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้มีการจัดทำเป็นมาตรการขับเคลื่อน 9 มาตรการ ตั้งแต่การจัดตั้งคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนให้ครบทุกระดับ 8,778 แห่ง จนถึงการยกระดับการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน โดยมีสำนักงาน พม.จังหวัด และบ้านพักเด็กและครอบครัวทั่วประเทศ เป็นกลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ งานมหกรรมครั้งนี้จึงเป็นเวทีที่ตอกย้ำให้สังคมประจักษ์ว่า เด็กและเยาวชนได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงกลุ่มเป้าหมายที่รอรับการสงเคราะห์ และการพัฒนาเพียงฝ่ายเดียว มาสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ทั้งนี้กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) รวมถึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนา ภายใต้หลักการ “เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน” เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติอย่างเข้มแข็ง

