ไทยก้าวสู่เวทีโลก! FATF เชิญร่วมวง 1 ปี ยกระดับมาตรฐานปราบฟอกเงิน-ตัดท่อน้ำเลี้ยงอาชญากรรม

ไทยก้าวสู่เวทีโลก! FATF ประกาศเชิญประเทศไทยเข้าร่วม “FATF Guest Initiative 2026” ยกระดับบทบาทด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (AML/CFT/CPF)สู่ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในการขับเคลื่อนมาตรฐานสากล

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force หรือ FATF) ได้ประกาศต้อนรับประเทศไทย ประเทศนามิเบีย และประเทศบาร์เบโดส เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ FATF-Style Regional Body (FSRB) Guest Initiative 2026 อย่างเป็นทางการ ซึ่งโครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเมีส่วนร่วมในฐานะประเทศรับเชิญของ FATF นับเป็นการยกระดับบทบาทสำคัญของไทยในเวทีโลกจากเดิมที่เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลสู่การเป็นผู้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนและร่วมรับทราบนโยบายรวมถึงมาตรฐานสากลด้าน AML/CFT/CPF ในเวทีโลก

การได้รับเชิญให้เข้าร่วมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย โดยมีรายละเอียดและประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ 3 ด้าน ดังนี้ (1) การเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีของ FATF ประเทศไทยจะเข้าร่วมประชุมในฐานะประเทศรับเชิญเป็นระยะเวลา 1 ปี จำนวน 3 ครั้ง พร้อมทั้งมีสิทธิ์ใช้ธงชาติไทยในที่ประชุมอย่างเป็นทางการ (2) การสะท้อนมุมมองของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ผู้แทนประเทศไทยจะได้รับโอกาสในการนำเสนอและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง ที่สะท้อนความเสี่ยงและความท้าทายของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้แก่ที่ประชุม FATF โดยตรง เพื่อให้การกำหนดนโยบายและมาตรฐานสากลตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง และ (3) การเตรียมความพร้อมเข้ารับการประเมินในปี 2571

การเข้าร่วมโครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดี (Good Practices) จากประเทศสมาชิก FATF ทั่วโลก เพื่อนำมาพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพด้าน AML/CFT/CPF ของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้าน AML/CFT/CPF ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2571

การได้รับเชิญในโครงการ FATF Guest Initiative 2026 นี้ จึงเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือพหุภาคีและเพิ่มความน่าเชื่อถือของประเทศไทยบนเวทีโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาระบบการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินของไทยให้เข้มแข็ง โปร่งใส และเท่าทันต่อความเสี่ยงและความท้าทายในปัจจุบันเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน