สว.สุนทร แนะทบทวนมาตรฐาน “ดาต้าเซ็นเตอร์” กลางเมือง ชี้ควรยกระดับกฎหมายควบคุมพื้นที่เก็บเชื้อเพลิงสำรอง

13

รัฐสภา, 6 กันยายน 2569 –นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ตั้งข้อสังเกตเชิงนโยบาย เพื่อนำไปสู่การพัฒนากฎหมายความปลอดภัยให้ก้าวทันบริบทของเมืองที่เปลี่ยนไป ในประเด็น การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในเขตชุมชน โดยเสนอหน่วยงานรัฐร่วมอุดช่องว่างทางกฎหมาย ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการเก็บเชื้อเพลิงสำรองให้เทียบเท่าสถานีบริการน้ำมัน เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และสวัสดิภาพของประชาชนเป็นที่ตั้ง ท่ามกลางการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในกรุงเทพมหานคร

นายสุนทรกล่าวถึงการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองของโครงการ Data Center ว่าโครงการลักษณะนี้มีการสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก ซึ่งแม้จะอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 500,000 ลิตร แต่สิ่งที่เป็นข้อสังเกตสำคัญคือมาตรฐานการควบคุมอาคาร “ถ้ามีการสต๊อกน้ำมัน 4 แสนกว่าลิตร อันนี้ผมว่ามันก็ใหญ่พอๆ กับปั๊มน้ำมันเลย ธรรมดาแล้วกฎของปั๊มน้ำมัน เขาก็จะต้องมีการควบคุมตั้งแต่การก่อสร้าง พื้นที่โดยรอบ แต่อาคารเหล่านี้ไม่ได้ถูกควบคุมแบบนั้นครับ มันแค่จดทะเบียนเป็นโกดัง สำหรับนำสินค้ามาวาง”

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณะ ต่อกรณีที่มีการเปรียบเทียบในโลกออนไลน์ว่า Data Center มีความปลอดภัยระดับเดียวกับห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรม 5 ดาว นายสุนทรได้ชี้แจงในมุมมองของสถาปนิก และผู้ที่เคยปฏิบัติงานในห้างสรรพสินค้าว่า โครงสร้างของอาคารเหล่านี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน การนำประเด็นนี้มาสะท้อนข้อห่วงใย จึงมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาทบทวนข้อกฎหมายและออกมาตรการควบคุมที่รัดกุม เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีของภาคธุรกิจ สามารถเติบโตควบคู่ไปกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

“ผมเป็นสถาปนิก เวลาออกแบบ เขาจะออกแบบแทงค์น้ำมันไว้ใต้ดินตั้งแต่แรก เหมือนกับตามปั๊มน้ำมันเลย และปริมาณน้ำมันก็ไม่ได้เยอะแบบ Data Center เขาสำรองเผื่อเวลาไฟดับแค่สัก 2-3 ชั่วโมงแค่นั้นเอง แต่ Data Center นี้เขาสำรองเผื่อไฟดับไป 2 วัน ฉะนั้นมันต่างกันเยอะมากเป็น 10 เท่า มันเหมือนเรามีคลังน้ำมันย่อยๆ อยู่ตรงกลางชุมชน แล้วในนั้นก็มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ สายไฟต่างๆ เต็มไปหมด ซึ่งเวลาเกิดเพลิงไหม้ เหตุผลหลักอันดับแรกมักมาจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะฉะนั้นถ้ามีทั้งระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่และมีทั้งน้ำมัน ก็น่าเป็นห่วง” สมาชิกวุฒิสภา กล่าว