“พว.” นำทัพพลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้ เซ็น MOU เครือข่าย รร.เอกชน ยกระดับครู 2.5 พันคน สู้จุดอ่อนผลอ่านนักเรียน ม.ต้น

11

ชายแดนใต้, 5 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันอังคารที่ 8 นี้ เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เรื่อง “การพลิกโฉมคุณภาพการศึกษาไทยด้วยการพัฒนานวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมผู้เรียน” ร่วมกับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) โดยมี ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว., นายไพศาล โรจน์สราญรมย์ รองประธานกรรมการบริหาร พว., นายอับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายมะสุรี ซีเดะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดนราธิวาส ร่วมลงนาม และเป็นสักขีพยาน

การเคลื่อนไหวความร่วมมือครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางโจทย์ใหญ่ด้านคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสถิติรายงานผลการประเมินนักเรียนชั้น ม.1-3 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, สตูล และสงขลา) จำนวน 256 แห่ง (รวม 755 ห้องเรียน นักเรียน 62,208 คน) พบข้อมูลความสามารถด้านการรู้เรื่องการอ่าน ดังนี้ จำนวนนักเรียนปกติเข้าสอบ: 60,400 คน ระดับดีมาก 14,476 คน ระดับดี 24,643 คน ระดับพอใช้ 17,416 คน ระดับปรับปรุง 3,916 คน

จากตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ยังมีกลุ่มนักเรียนระดับพอใช้และปรับปรุงรวมกันมากกว่า 21,300 คน ที่จำเป็นต้องได้รับการยกระดับศักยภาพอย่างเร่งด่วน ผ่านการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนจากรูปแบบ Passive Learning ไปสู่ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps

นายอับดุลฮาฟิซกล่าวถึงที่มา และรายละเอียดของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า การจัดซื้อหนังสือเรียนจาก พว. เป็นเรื่องปกติธรรมดาของโรงเรียนในพื้นที่ แต่จุดเริ่มต้นของความร่วมมือทางวิชาการแบบเข้มข้น เกิดขึ้นเมื่อฝ่ายการตลาดส่วนกลางของ พว. ได้ลงพื้นที่เพื่อหารือการขับเคลื่อนการพัฒนาครูและวิชาการร่วมกับคณะกรรมการเครือข่ายและสมาคมฯ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนงานร่วมกัน มีสาระสำคัญ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การนำเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันมาใช้ในชั้นเรียน: ส่งเสริมให้ครูผู้สอนใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ใช้แอปพลิเคชัน “PW Plus” ซึ่งเป็นคลังสื่อดิจิทัลและระบบการจัดการเรียนรู้ที่มีทั้งหลักสูตร คู่มือการสอน สื่อที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต เพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดกระบวนการเรียนการสอนและการนำ AI มาประยุกต์ใช้

โครงการนำร่องอบรมครู 2,500 คน กำหนดจัดอบรมเบื้องต้นใน 5 จังหวัด ได้แก่ สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส จังหวัดละ 500 คน เพื่อสร้างความเข้าใจในการนำ PW Plus ไปใช้จริงในห้องเรียน, การขยายผลระดับโรงเรียน สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีครู 300-500 คน ทาง พว. จะจัดทีมเข้าอบรมให้ถึงพื้นที่เป็นรายโรงเรียน ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กจะใช้วิธีจับกลุ่มรวมกันเพื่อเข้ารับการพัฒนา

“พว. มีความพร้อมที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาโรงเรียนเอกชนแทนภาครัฐ ซึ่งการขอสนับสนุนงบประมาณหรือกระบวนการจากภาครัฐในบางครั้งต้องใช้เวลานาน แต่การร่วมมือกับเอกชนจะมีความรวดเร็ว ตัดสินใจแล้วสามารถดำเนินการได้ทันที” นายอับดุลฮาฟิซ กล่าว และ ระบุด้วยว่านอกจากวิชาสามัญแล้ว ในอนาคตมีความตั้งใจจะพัฒนาสื่อการเรียนรู้และหลักสูตรในหมวด “อิสลามศึกษา” ให้มีมาตรฐาน เทียบเท่ากับวิชาสามัญ เช่น การมีคู่มือครู สื่อมัลติมีเดีย และกระบวนการสอนแบบ Active Learning

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการจัดทำสื่อและหนังสืออิสลามศึกษายังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องมีการประชุมทำความเข้าใจกับสมาคม เครือข่าย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ก่อน เนื่องจากปัจจุบันศูนย์ตาดีกา อาจารย์สอนศาสนา สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมถึงสำนักพิมพ์เอกชนต่าง ๆ มีการจัดทำและใช้อยู่เดิมแล้ว การจะเข้าไประบบพัฒนาจึงต้องอาศัยการหารืออย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป