ตม.หนองคายผนึกทหารพราน–ฝ่ายปกครอง สกัดขบวนลอบเข้าเมืองกลางคืน พบหญิงไทยรอรับชายจีน 2 คนจากเรือหางยาว ก่อนพาวิ่งหนีซุกห้องน้ำในบ้าน เจ้าหน้าที่ตามรวบครบ หญิงวัย 42 ปีให้การรับงานผ่านไลน์ นัดส่งต่อปั๊มน้ำมัน แลกค่าจ้าง 10,000 บาท ขณะที่ชายจีนหนึ่งรายอ้างถูกชวนมารับจ้างขนทอง พบปมจัดหาพาสปอร์ตไต้หวัน ถูกแจ้งเพิ่มข้อหาใช้หรือมีไว้เพื่อใช้หนังสือเดินทางปลอม ส่งดำเนินคดี สภ.โพนพิสัย
วันที่ 6 กันยายน 2569 พ.ต.ท.ธีราณพัทธ์ รังสิพราหมณกุล รองผกก.ตม.จว.หนองคายบก.ตม.4 สตม. เปิดเผยว่า ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย รายงานการจับกุมชาวไทยนำพาและช่วยเหลือชาวจีนลักลอบเข้าเมือง
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พัทธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกสร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2569 เวลาประมาณ 20.00 จนท.ทหารพราน และ จนท.ฝ่ายปกครอง ร่วมกับ ชุดสืบสวน ตม.จว.หนองคาย ออกลาดตระเวนป้องกันการกระทำผิดตามลำน้ำโขง พบเห็นเรือหางยาว แล่นจากฝั่งประเทสลาว มุ่งหน้าเข้ามาฝั่งประเทศไทย
โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ใช้กล้องส่องทางไกล พบว่ามีผู้โดยสารอยู่ในเรือ จำนวน 2 ราย เมื่อเรือเข้ามาจอดที่ท่าเรือบริเวณริมบ้านแดนเมือง ซ.5 ม.3 ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย โดยมีหญิงชาวไทยยืนรออยู่ที่ริมน้ำโขง จากนั้นหญิงรายดังกล่าวได้รอรับชายต้องสงสัย จำนวน 2 ราย ที่โดยสารมากับเรือหางยาว เมื่อชายต้องสงสัย 2 รายเดินมาพบหญิงรายดังกล่าวแล้ว จนท.ชุดจับกุมได้วิ่งไปหาเพื่อขอตรวจสอบ เมื่อหญิงรายดังกล่าวสังเกตเห็น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จะมาตรวจสอบ กลับพาชายต้องสงสัยวิ่งเข้าไปหลบซ่อนภายในบ้านของตนเอง จนท.ชุดจับกุมได้ติดตามเข้าไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อ จนท.ชุดจับกุมมาถึงได้แสดงตัว พร้อมทั้งแสดงบัตรประจำตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้หญิงรายดังกล่าวตรวจสอบดู ทราบชื่อ ภายหลังคือ น.ส.สุวรรณา (ขอสงวนนนามสกุล)อายุ 42 ปี สัญชาติไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จนเป็นที่เข้าใจ พร้อมทั้งสมัครใจและยิมยอมนำตรวจสอบ จากการตรวจสอบ จนท.พบชายต้องสงสัย 2 ราย หลบซ่อนอยู่ภายในในห้องน้ำ จึงได้เชิญตัวมาทำการตรวจสอบค้นหาสิ่งของผิดกฎหมาย จากการตรวจสอบและตรวจค้น ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่ชายต้องสงสัยทั้ง 2 ราย ไม่มีเอกสารประจำตัวมาแสดง ซึ่ง น.ส.สุวรรณาฯ ยอมรับว่าชายต้องสงสัย 2 รายดังกล่าวเป็นคนต่างด้าวชาวจีน ลักลอบข้ามมาจากประเทศลาว จึงได้เชิญตัว น.ส.สุวรรณาฯ แลชายต้องสงสัยมาทำการสอบปากคำ ที่ห้องสืบสวน ตม.จว.หนองคาย
จากสอบปากคำ น.ส.สุวรรณาฯ ให้การว่า เวลาประมาณ 11.00 น. ตน ได้รับการติดต่อจากนายบอย ชายชาวไทย (ไม่ทราบชื่อที่แท้จริง) ทางห้องสนทนาไลน์ (Line) ว่าจ้างให้ไปรับชายชาวจีน จำนวน 2 ราย ซึ่งจะข้ามมาจากประเทศลาวทางลำน้ำโขงในช่วงเวลาเย็น โดยจะให้ค่าจ้างเป็นเงิน จำนวน 10,000 บาท ตนตกลงรับงานจากนายบอยฯ โดยนายบอยฯ แจ้งว่าจะเป็นผู้มารับชายชาวจีนที่ฝั่งไทย นัดหมายให้ตนพาชายชาวจีนมาส่งที่ปั๊มน้ำมันคาลเท็ก บ้านภูกระแต ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย ริมถนนหนองคาย -โพนพิสัย ต่อมาเมื่อเรือหางยาวมาถึงจุดจอดเรือ ตนได้ให้สัญญาณมือเพื่อเรียกชายชาวจีนขึ้นจากเรือมาหาตน เมื่อชายชาวจีน 2 รายเดินขึ้นจากท่าน้ำมา ตนสังเกตเห็น จนท.วิ่งเข้ามาเพื่อจะจับกุม ตนจึงพาชาวจีนวิ่งไปหลบซ่อนอยู่ในบ้าน (จุดลักลอบขึ้นจากท่าน้ำอยู่ห่างจากบ้านของข้าฯ ประมาณ 1 เมตร) โดยชายชาวจีนทั้ง 2 รายวิ่งเข้าไปหลบซ่อนในห้องน้ำในบ้านของตน จนท.ชุดจับกุม ได้ติดตามมา และได้ประสานให้ตนนำตรวจสอบ ตนยินยอมและสมัครใจนำตรวจสอบ และพา จนท.ไปจับกุมชายชาวจีนต้องสงสัยทั้ง 2 ราย ในที่สุด
สอบปากคำ นาย หลิง เซ้า ซือ (MR.LIN ZHAO SHI) อายุ 35 ปี สัญชาติจีน ให้การว่า มีชายชาวจีนมาเสนองานขนทองคำที่ประเทศลาวกลับมาประเทศจีน ค่าจ้างขึ้นอยู่กับจำนวนทองคำที่ข้าฯ รับขนกลับมาส่ง (ประมาเที่ยวละ 10,000 -20,000 หยวน) ข้าฯ สนใจงานดังกล่าว จึงตอบตกลงรับจ้างเพื่อทำงาน เมื่อประมาณ เดือนสิงหาคม 2569 ได้ลักลอบเข้ามาประเทศลาวทางชายแดนประเทศจีน- ลาว (จำช่องทางไม่ได้) ชายชาวจีนได้ติดต่อทางโทรศัพท์เป็นระยะ เพื่อนัดแนะกัน ตนเตร็ดเตร่อยู่ในประเทศลาวมาเรื่อยๆ แล้วมารู้จักกับนาย เซิน เซิน ซิง (ที่ถูกจับกุมพร้อมกันในครั้งนี้) ที่บาร์เหล้าแห่งหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ต่อมาชายชาวจีนที่ติดต่อกันมาตั้งแต่ต้นแจ้งว่าให้มาขนทองคำที่ฝั่งประเทศไทย โดยจะมีรถยนต์มารับพามาส่งที่ท่าน้ำโขง จากนั้นมีชายชาวลาวมารับพาขึ้นเรือ แล้วพาลักลอบข้ามมาฝั่งประเทศไทย เมื่อมาถึงท่าน้ำฝั่งไทย มีหญิงชาวไทยยืนรอรับ ขณะนั้นทราบว่ามี จนท.วิ่งตามมา หญิงคนดังกล่าวจึงพาตนและเพื่อนไปวิ่งเข้าไปในบ้าน โดยหญิงคนดังกล่าวแจ้งให้เข้าไปหลบในห้องน้ำ ต่อมามี จนท.เข้ามาจับกุมตนและเพื่อนในที่สุด กรณีการได้มาซึ่งหนังสือเดินทาตนขอให้การว่าเมื่อประมาณวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ขณะตนอาศัยอยู่ในประเทศลาว ตนเห็นป้ายโฆษณาข้างถนนเป็นภาษาจีน

สรุปใจความว่า “ใครอยากได้หนังสือเดินทาง เราสามารถดำเนินการให้ท่านได้” จึงได้ติดต่อไปยังหมายเลขติดต่อในป้ายโฆษณาดังกล่าว จากนั้นมีการนัดไปพบตนที่ที่โรงแรมฟูเซิง ต่อมามีชายมาพบ ไม่ทราบว่าเป็นสัญชาติอะไร แต่ชายคนดังกล่าวพูดภาษาจีนได้ ชายคนดังกล่าวให้จ่ายเงินมัดจำเป็นเงิน 1,000 หยวนก่อน ตนยินยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ถ่ายรูปตนไปเพื่อนำไปทำหนังสือเดินทาง จากนั้นอีกประมาณ 1 สัปดาห์ ชายคนดังกล่าวนำหนังสือเดินทางไต้หวัน หมายเลข 365445453 มามอบให้และเรียกเงินเพิ่มเติมอีก 3,000 หยวน ตนได้นำหนังสือเดินทางติดตัวไว้ เพื่อหากมี จนท.ตำรวจมาขอตรวจสอบจะสามารถนำมาแสดงให้ จนท.ดู เพื่อเป็นการป้องกันตัวไม่ให้ถูกจับกุม
จนท.ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.สุวรรณาฯ ชาวไทย ในความผิดฐาน”นำพา คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” และ “ให้ที่พักพิง ช่วยเหลือ ด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการถูกจับกุม” เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหา นาย หลิง เซ้า ซือ (MR.LIN ZHAO SHI) อายุ 35 ปี สัญชาติจีน ในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา 269/8 และแจ้งข้อกล่าวหา นาย เชน ซินซิน (MR.SHEN XINXIN) อายุ 34 ปี สัญชาติจีน ในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” นำตัวส่ง พงส.สภ.โพนพิสัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




