“วรศิษฎ์” รับโจทย์สังคม ต้องสาวถึงตัวการ-เส้นทางเงิน ยืนยันมหาดไทยไม่ได้หยุดแค่เพิกถอน 3,868 ราย แต่แยกชัด “คนโกง–คนเกี่ยวข้อง–คนอยู่เบื้องหลัง” ส่งข้อมูล 5,925 รายให้ ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-ปปง.-บก.ปปป.-DSI เดินหน้าตามอำนาจกฎหมาย ย้ำหากพบความผิดดำเนินการถึงที่สุด พร้อมคืนความเป็นธรรมให้คนสอบได้จริง
จากกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงการทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ว่าไม่ควรจบเพียงการเพิกถอนรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุ แต่ควรขยายผลไปถึงผู้บงการและตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้น
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือมหาดไทยต้องการให้สังคมเห็นภาพอย่างครบถ้วนว่า “การเพิกถอน” กับ “การดำเนินคดีเพื่อสาวถึงตัวการ” เป็นคนละกระบวนการ และกำลังเดินคู่ขนานกัน
“เรื่องนี้เราไม่ได้มองแค่คนที่ปลายเหตุ แต่ต้องไล่ตั้งแต่คนที่ได้คะแนนผิดปกติ ไปถึงกระบวนการที่ทำให้เกิดการทุจริต และหากมีพยานหลักฐานถึงผู้สนับสนุน ผู้จัดการ หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย”
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ส่งข้อมูลผู้ที่พบการแก้ไขคะแนนจำนวน 5,925 ราย ให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบและดำเนินคดี 5 หน่วยงานแล้ว ทั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. บก.ปปป. และ DSI เพื่อให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งในมิติความผิดทางทุจริตและการตรวจสอบเส้นทางการเงิน
“มหาดไทยทำในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ส่วนหน่วยงานที่รับข้อมูลก็มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของตัวเอง เมื่อได้รับข้อมูลแล้วก็ขอให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่ หากพบการกระทำความผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่าง คนผิดต้องรับผิด และคนสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรม”
ขณะที่ในส่วนของการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว มหาดไทยได้ดำเนินการเพิกถอนการบรรจุผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 3,868 ราย มีผลพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ขณะที่ผู้มีความผิดปกติอีกราว 2,000 รายที่ยังไม่ได้รับการบรรจุ จะไม่ถูกเรียกเข้ารับราชการ และมีแผนเรียกผู้สอบผ่านที่ถูกต้องมาบรรจุทดแทนในเดือนตุลาคมนี้
“ตัวเลข 5,925 กับ 3,868 ไม่ใช่ตัวเลขที่ขัดกัน แต่เป็นคนละขั้นตอนของการจัดการ เราต้องแยกให้ชัดว่าใครถูกแก้คะแนน ใครถูกบรรจุแล้ว และใครยังไม่ได้บรรจุ เพื่อให้การแก้ปัญหาถูกต้องและไม่กระทบคนที่สอบได้ด้วยความสุจริต”
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การจัดการคนทุจริต คือการ คืนความเป็นธรรมให้กับคนที่สอบด้วยความสามารถของตัวเอง เพราะความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับระบบราชการ แต่เกิดขึ้นกับคนที่ตั้งใจอ่านหนังสือ สอบตามกติกา และควรได้รับตำแหน่งจากความสามารถอย่างแท้จริง
“เราไม่ได้ต้องการแค่ปิดแฟ้มว่าเอาผิดคนไปแล้วกี่คน แต่ต้องทำให้คนไทยเห็นว่า ระบบราชการไม่ใช่พื้นที่สำหรับการซื้อขายโอกาส ใครโกงต้องรับผิด ใครอยู่เบื้องหลังต้องถูกสาวถึง และคนที่สอบด้วยความสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมา”
นายวรศิษฎ์ย้ำว่า เรื่องนี้ต้องแยกการแก้ปัญหาออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน คือ การจัดการผลจากการทุจริตที่เกิดขึ้นแล้ว และการขยายผลหาผู้กระทำผิดหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมหาดไทยจะดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ขณะที่หน่วยงานที่ได้รับข้อมูลก็จะดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่รับผิดชอบ
“เรื่องนี้ไม่ใช่ถอนชื่อแล้วจบ แต่ต้องเดินหน้าต่อในทุกกระบวนการตามกฎหมาย และหากพบความผิดก็ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ใครผิดต้องรับผิด ใครอยู่เบื้องหลังต้องสาวถึงต้นตอ และคนสุจริตต้องได้โอกาสของเขาคืนมา”




