Home การเมือง อดีตนายกฯ แพทองธาร มอบอำนาจทนายแจ้งความเอาผิดผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความบิดเบือน

อดีตนายกฯ แพทองธาร มอบอำนาจทนายแจ้งความเอาผิดผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความบิดเบือน

18

วันที่ 1 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายหมู ศิรวริศ สวนอารัญ เดินทางไปยัง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.) ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์และดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ “มานิกา ส.พันธุ์”

การดำเนินคดีในครั้งนี้ สืบเนื่องจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ดังกล่าวได้โพสต์เผยแพร่ข้อความหรือเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทนายศิรวริศ ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อปกป้องและรักษาสิทธิ ชื่อเสียง รวมทั้งความเป็นธรรมให้กับผู้มอบอำนาจ โดยขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ด้าน ‘ศึกษิษฏ์’ โต้ข่าวปลอม ย้ำนโยบายยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติ ให้สัญชาติเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนไว้ ขออย่านำเรื่องโกหกมาโจมตีทางการเมืองโดยไม่ตรวจสอบ

ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และโฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณี ผู้ใช้แฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ มานิกา ส.พันธุ์ โพสต์ภาพและข้อความ เมื่อ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ที่ระบุหัวข้อโพสต์ว่า จากม้าอารีให้ “ผู้ลี้ภัยมาพักอาศัย” กลายเป็น “เจ้าของ” จากการซื้อที่ดินและยึดครองโดยยืมมือUNเข้ามาเป็นผู้แบ่งแยกดินแดนให้ยิว แล้วขับไล่เจ้าของเดิมออกไป 

โดยศึกษิษฏ์ ได้ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นข่าวปลอมที่จงใจกล่าวหากันร้ายแรงมาก ผมขอย้ำอีกครั้งครับว่า สมัยนายกแพทองธาร ได้ให้สัญชาติกลุ่มชาติพันธุ์ ยุติสภาวะไร้รัฐของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ร่วมแผ่นดินไทยของเรามายาวนาน โดยต้องผ่านเกณฑ์การตรวจสอบอย่างเข้มงวด คือ 

1. เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในประเทศไทยมาแต่อดีตและราชการทำทะเบียนไว้แล้ว อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคก่อนๆ และ 

2. ลูกของบุคคลกลุ่มที่ 1 ซึ่งเกิดในไทย ใช้ภาษาไทย เป็นคนไทยบนพื้นที่ชายขอบ บนภูเขา ทุกภูมิภาค ไม่ใช่คนต่างด้าวชาติอื่นภาษาอื่น

นโยบายดังกล่าวได้รับการยกย่องจาก UNHCR ชื่นชมความสำเร็จของการช่วยเหลือ คุ้มครอง หาทางออก แก้ปัญหามนุษยธรรม และถือว่าไทยเป็นผู้นำการแก้ปัญหาไร้รัฐไร้สัญชาติ ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบโดยเจ้าหน้าที่ทุจริต และทำให้ติดตาม ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ว่าใครยื่นคำร้อง ใครเป็นผู้รับรอง หากมีความผิดพลาดก็สามารถสอบสวนย้อนกลับได้

อยากจะให้ทุกท่าน ช่วยกันตระหนักรู้ แยกแยะความสำคัญระหว่างนโยบายการยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติของพี่น้องชาติพันธุ์ที่เป็นคนไทยบนแผ่นดินไทยเรา กับการเข้มงวดกวดขันเอาผิดกับการทุจริตปลอมสัญชาติของอาชญากรต่างชาติ ไม่นำเอาข่าวเท็จ เรื่องโกหก มาโจมตีทางการเมืองโดยไม่ตรวจสอบก่อน สร้างความแตกแยกและยังอาจเป็นการดูถูกกล่าวหาพี่น้องชาติพันธุ์ด้วย