รวบผู้จัดการบัญชี ปลอมเช็คบริษัทเครื่องจักรโรงงาน ไปขอเบิกเงินสดจากธนาคาร กว่า 1,000 ฉบับ ก่อเหตุมานานถึง 10 ปี

13

วันที่ 1 ก.ย.69 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.สั่งการให่พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ.พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รอง ผกก.5 บก.ปอศ.พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์ สว.กก.5 บก.ปอศ. ร่วมจับกุม นางฉัตรทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 4873/2569 ลงวันที่ 21 ส.ค. 69 ข้อหา “ฉ้อโกง,ปลอมเอกสารสิทธิที่เป็นตั๋วเงิน(เช็ค) และใช้เอกสารสิทธิที่เป็นตั๋วเงิน(เช็ค)ปลอม ,ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง และทำให้เสียหาย ฯ ได้บริเวณหน้าบ้านพัก ม.7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

จากการจับกุมทราบว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตัวแทนของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง พร้อมด้วยบริษัทติดตั้งเครื่องจักรอุตสาหกรรมโรงงาน เข้ามาแจ้งความบก.ปอศ. หลังมีพนักงานฝ่ายบัญชีของบริษัท ลักลอบนำเช็คเปล่าของบริษัทฯ ไปกรอกรายการสั่งจ่ายเงินสด โดยปลอมลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย จสกนั้นนำเช็คไปขึ้นเงินสดที่ธนาคาร กว่า 1,000 ฉบับ เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี เป็นเหตุให้ธนาคารฯและบริษัทฯ ได้รับความเสียหายเป็นเงิน กว่า 75ล้านบาท

สอบสวนทราบว่า นางฉัตรทิพย์ ผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีมานานกว่า 30 ปี มีหน้าที่รับผิดชอบสั่งจ่ายเช็คจากกรรมการผู้มีอำนาจเพื่อบันทึกบัญชี และส่งต่อฝ่ายการเงินจัดพิมพ์เช็ค ได้อาศัยโอกาสดังกล่าว และความไว้เนื้อเชื่อใจ ลักลอบนำเช็คเปล่าของบริษัทฯ ไปกรอกรายการสั่งจ่ายเงินสด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยปลอมลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย แล้วนำไปขึ้นเงินสดที่ธนาคาร ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2568 ที่ปรึกษาฝ่ายการเงินของบริษัทตรวจสอบงบรายจ่าย ก็พบรายจ่ายด้วยเช็คที่สูงผิดปกติ จำนวน 938 ฉบับ เป็นเงินกว่า 75 ล้านบาท โดยพบหลักฐานว่านางฉัตรทิพย์เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2554 นอกจากนี้ ยังพบสมุดเช็คที่นางฉัตรทิพย์นำใช้ไปแล้ว จำนวน 28 ฉบับ เช็คบางส่วนมีการกรอกจำนวนเงิน และระบุสั่งจ่ายเงินสดไว้แล้ว แต่ยังไม่ลงลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ร่วมตรวจสอบเช็คที่นางฉัตรทิพย์นำไปขึ้นเงินสดกับธนาคารพาณิชย์เจ้าของเช็คยืนยันว่า ลายมือชื่อที่สั่งจ่ายเช็คไม่ใช่ลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่ายเช็คดังกล่าวแต่อย่างใดจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า หลังจากที่นางฉัตรทิพย์นำเช็คไปเบิกถอนเงินสด แล้วก็นำไปฝากต่อยังบัญชีธนาคารของบุคคลใกล้ชิด พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา จนศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ

ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ที่บ้านพักย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว สอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุดท้ายเจ้าหน้าที่ฝากเตือนภัยถึงประชาชนและภาคธุรกิจ ให้ระมัดระวังในการมอบหมายอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับเช็คและการเงินแก่พนักงาน ควรมีระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Internal Control) ที่รัดกุม การปลอมลายมือชื่อในเช็คหรือเอกสารสิทธิ เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นความผิดฐาน “ปลอมเอกสารสิทธิที่เป็นตั๋วเงินและใช้เอกสารสิทธิปลอม” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปีและปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาทอีกด้วย