จรรยาบรรณของสื่อมวลชนจะมีบทบัญญัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณคอยควบคุมและเตือนสติว่าต้องเสนอข้อเสนอเท็จจริงที่มีหลักฐานแบบชัดแจ้ง ยิ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะทั้งตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งที่ได้รับคัดเลือกจากหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานรัฐที่ให้คุณให้โทษกับประชาชน อาทิ ฝ่ายปกครองหรือตำรวจ สื่อมวลชนพร้อมที่จะนำข้อดีและข้อเสียของบุคคลนั้นให้สังคมได้รับรู้รับทราบ

ก่อนหน้านี้”คอลัมน์x-rayสีกากี”ได้นำเสนอกรณี นายปรเมศน์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือคนเมืองนนทบุรีรู้จักในนาม ดร.แก้ว เจ้าของเพจ”ดร.แก้วช่วยได้” ตำรวจนนทบุรีต่างรู้ว่าเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ(กต.ตร.)สภ.รัตนาธิเบศ และ กต.ตร.จังหวัดนนทบุรี เข้าแจ้งความกล่าวหานายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ ร.ต.อ.นันทิพัฒน์ นิราศ ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงรับเงิน 500,000 บาท อ้างว่าสามารถเพิ่มโควตาเข้าหลักสูตร ปปร.รุ่น 30 ได้ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน
ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม รายงานข่าวระบุว่านายปรเมศร์ไปถอนคำร้องทุกข์ อ้างว่าเจรจาไกล่เกลี่ยและคืนเงิน 500,000 บาทแล้ว ขณะที่นายอิสระ ยืนยันว่า”ผมไม่เคยรับเงินจากใคร จึงไม่เคยคืนหรือให้เงิน เพื่อให้ถอนแจ้งความและผมจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเพื่อปกป้องชื่อเสียงและวงศ์ตระกูล”
ข่าวดังกล่าวมีสื่อหลายสำนักนำเสนอาทิ สำนักข่าวท็อบนิวส์ นำเสนอพร้อมระบุว่าผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พนักงานสอบสวนแจ้งว่าให้ถามผู้บังคับบัญชา จึงถามผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ไม่ได้ชี้แจงอะไรบอกว่าถ้าให้ข่าวจะเสียรูปคดี
สำหรับการรับแจ้งความในแวดวงตำรวจต่างรับทราบกันดีถึงการรับแจ้งความว่าต้องหลักฐานชัด หรือถ้าหลักฐานไม่ชัดตำรวจจะรับเพราะเกรงใจที่ผู้ใหญ่ขอมาหรือเป็นบุคคลที่คุ้นเคยกันดี อย่างกรณีนายปรเมศร์ จะเข้าข่ายกรณีไหนนั้น ผกก.น่าจะทราบเป็นอย่างดี
นอกจากนี้นำเสนอว่าปลายปี 2568 พบคดีฉ้อโกง ศาลจังหวัดธัญบุรี ปทุมธานี คดีหมายเลขดำที่ 2461/2568 โดยนายทัศนัย วันคง เป็นโจทย์ ฟ้องนายชัยเมศร์หรือปรเมศร์ พัชรกุลพงษ์ จำเลยที่ 1 และพวกรวม 2 คน ฐานร่วมกันออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) 14 ฉบับมอบให้โจทย์เพื่อชำระหนี้ ศาลนัดสืบพยานนัดแรก 17 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมตั้งคำถามว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนเดียวกับนายปรเมศร์หรือไม่ หรือแค่ชื่อพ้องกัน.?
หลังจากนำเสนอแล้ว นายปรเมศร์ มอบหมายให้ทนายความส่งจดหมายถึงสำนักข่าวไทยแทบลอยด์ จึงสรุปได้ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันและคดีได้สิ้นสุดแล้วเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ขอให้ลบเนื้อข่าวที่เกี่ยวข้องกับนายปรเมศร์ออกทั้งหมด
ถ้าดูตามหลักการนำเสนอข่าวสื่อมวลชน ของสำนักข่าวที่บริหารโดยสื่อมวลชนมืออาชีพและเคยประกอบอาชีพผู้สื่อข่าวมาก่อน จะยึดหลักนำเสนอข่าวที่มีผลกระทบต่อสังคม และผู้เกี่ยวข้องกับข่าวเป็นบุคคลสาธารณะ มีตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งเกี่ยวกับหน่วยงานต่างๆของรัฐ
สำหรับนายปรเมศร์หรือดร.แก้ว ถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ เพราะได้รับการแต่งตั้งจากภาครัฐ สื่อหลายสำนักนำเสนอดังนี้ เคยดำรงตำแหน่งประธานกต.ตร.จังหวัดนนทบุรี ต่อมาลดสถานะมาเป็น กต.ตร.จังหวัดนนทบุรี ควบตำแหน่งประธานกต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี
ภาคการเมืองนั่งตำแหน่งที่ปรึกษาหลายบทบาทอาทิ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขานุการและที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น
เพื่อตอกย้ำว่านายปรเมศร์คือบุคคลสาธารณะ สามารถดูจากเพจ”ดร.แก้วช่วยได้”จะพบกิจกรรมที่เกี่ยวกับสาธารณะ อาทิ นั่งเป็นประธานประชุม กต.ตร สภ.รัตนาธิเบศร์ เป็นต้น
ครั้นส่องประวัติเกี่ยวกับชื่อสกุล จะพบว่า ปี 2564 ใช้ชื่อว่า นายชัยรัตน์ จำนงการ ปี 2566 เปลี่ยนเป็นนายชัยเมศร์ มิลินจินดา และนายชัยเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ชื่อ นายปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ จากประวัติเปลี่ยนชื่อจัดว่าเป็นบุคคลมีความสามารถพิเศษเหนือกว่าคนปกติทั่วไป
การเปลี่ยนชื่อสกุลของคนปกติทั่วไปถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะจะถูกมองว่าไม่เคารพบรรพบุรุษและพ่อแม่ที่ตั้งชื่อและมอบนามสกุลให้ ถ้าค้นข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการเปลี่ยนชื่อสกุลบ่อยครั้งพบว่ามีหลายประการ อาทิ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมชั่วที่เคยทำไว้ เพื่อหนีคดีต้มตุ๋นหรืออาญา และหนีหนี้ เป็นต้น
เมื่อนายปรเมศร์ คือบุคคลสาธารณะ สื่อสารมวลชนมีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบนำเสนอข้อเท็จจริงทั้งบวกและลบเพื่อให้สังคมและวิญญูชนได้พึงพิจารณา ยิ่งนายปรเมศร์ มีบทบาทเกี่ยวโยงกับกระบวนยุติธรรมทั้งอัยการและตำรวจ จะต้องตรวจสอบ เพราะสามารถให้คุณให้โทษกับชาวบ้านและข้าราชการได้
ถ้าไม่อยากให้นำเสนอข่าวเพื่อให้สังคมได้รับทราบทั้งบวกและลบนายปรเมศร์ ต้องลาออกจากทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐรวมถึงปิดเพจ ดร.แก้วช่วยได้ เพราะเผยแพร่กิจกรรมที่เกิดขึ้นกับสังคมโดยรวม ที่สำคัญหากส่องดูคุณสมบัติ ของ กต.ตร.ตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)กำหนดไว้ 7 ข้อ ที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษคือข้อ 4.ระบุว่าไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี
ซึ่งคุณสมบัติข้อ 4 จะเกี่ยวข้องกับคดีที่ศาลจังหวัดธัญบุรี รับฟ้องไว้หรือไม่ วิญญูชนพึงประเมิน แม้คดีจะยุติแล้วเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ก็ตาม และผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ผบช.ภ.1 และผบ.ตร. พึงประเมินเช่นกันว่าการพิจารณาตั้งกต.ตร.ควรจะให้ความสำคัญกับคุณสมบัติข้อที่ 4 หรือไม่ ?!!!





