สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของสงขลา ประกอบด้วย จะนะ เทพา นาทวีและสะบ้าย้อย ปะทุยาวนานวากว่า 20 ปี กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจของคนทั้งประเทศอำคำรบหนึ่ง

นับแต่เหตุโจรใต้อาวุธสงครามครบมือ ยิงทหารตาย 5ศพคาจุดตรวจ พื้นที่ ต.ตันหยงมัส อ.ระแง จ.นราธิวาส เมื่อเดือนกรกฎาคม ยังไร้ความชัดเจนในการจับกุมผู้ก่อเหตุ คล้อยหลังไม่ถึง 1 เดือนโจรใต้ระดมกำลังก่อเหตุกว่า 51 จุด จากข้อมูลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า(กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า)สรุปไว้ว่าเกิดในพื้นที่ นราธิวาส 22 เหตุการณ์ ปัตตานี 11 เหตุการณ์ และยะลา 18 เหตุการณ์ เบื้องต้นมีประชาชนบาดเจ็บ 2 คน ทรัพย์ทางราชการเสียหายจำนวนมาก
ทันทีที่เกิดเหตุ ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ไม่สามารถจับผู้ก่อเหตุไม่ได้เลยทั้งที่ด่านตรวจมีอยู่บนถนนเกือบทุกสาย และการก่อเหตุครั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตเลขาธิการศอ.บต. ระบุว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 500 คน แม้วันถัดมาจะตามจับกุมได้ 1 คน โดยผู้ต้องหาทุบทำลายกล้องวงจรปิดแล้วนำกลับบ้าน แต่แบตเตอรี่ในกล้องยังทำงานอยู่จึงตามจับกุมได้
ขณะที่ฝ่ายข่าวทั้งกอ.รมน. สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และ กองทัพบก ต่างให้ความเห็นในทำนองเดียวกันว่าการข่าวไม่ได้บกพร่อง มีการแจ้งเตือนเป็นระยะอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุจะลงมือช่วงไหน
สอดรับกับความเห็น นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. ยอมรับว่าฝ่ายข่าวประเมินได้ว่าจะมีเหตุ แต่ไม่สามารถระบุวันเวลาได้อย่างแม่นยำ ตรงกับความเห็นของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่าฝ่ายข่าวมีข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุ แต่ไม่สามารถระบุวันเวลาและเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ จึงจำเป็นต้องทบทวนการป้องกันและยกระดับความเห็นของทุกหน่วยงาน
จากความเห็นดังกล่าวสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดฯได้ยินได้ฟังมากว่า 20 ปี เป็นแพทเทิร์นเดิมๆ ที่หลังเกิดเหตุจะได้ฟังผู้มีอำนาจทั้งฝ่ายความมั่นคงและการข่าวพูดทำนองเดียวกันมาโดยตลอดจนชินหูและชินตาไปแล้ว และได้แต่ตั้งคำถามในวงชาวบ้านได้ด้วยกันว่าทำไม่ไม่ป้องกันหรือสืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุ ทั้งที่ทหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จ
ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดฯตั้งความหวังไว้ว่าเหตุป่วนใต้คงจะแก้ได้แบบหมดจดในยุคที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจแล้วตั้งตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงกลาโหม ทั้ง 4 คนล้วนเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)มีบทบาทโดยตรงในการแก้ไฟใต้
แต่กลับไร้น้ำยา ทั้งที่ช่วงเวลาดังกล่าวปี 2559 งบประมาณสูงสุดถึง 30,512.80 ล้านบาท เท่ากับไปตอกย้ำในความรู้สึกของชาวบ้านพร้อมกับตั้งคำถามแบบดังๆกันเองในหมู่ชาวบ้าน 3 จังหวัดฯและ 4 อำเภอของสงขลาว่า รัฐบาลและทหารปล่อยให้ไฟใต้คุโชนเพื่อเลี้ยงไข้หวังสูบงาบประมาณเข้าพกเข้าห่อของพวกผู้อำนาจหรือไม่ ?
ในจังหวะที่โจรใต้ก่อเหตุกว่า 50 จุดนั้นไม่แน่ใจว่า คลังสารสนเทศรัฐสภา สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต้องการจะสื่อสารอะไร ถึงเผยแพร่งบฯดับไฟใต้ช่วงปี 2547 -2569 รวม 23 ปี รัฐจัดสรรงบประมาณตามแผนงานหลัก เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 340,706.76 ล้านบาท ปี 2559 ใช้งบสูงสุด 30,512.80 ล้านบาท จนปี 2569 เหลือ 1,473.43 ล้านบาท
ถ้าจะให้ตีความคงตีได้ว่าเหตุป่วน 50 กว่าจุดนั้น ฝ่ายผู้กุมอำนาจและเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาในพื้นที่โดยตรงต้องการขอเพิ่มงบฯหรือไม่ เนื่องจากอยู่ในช่วงพิจารณางบฯปี 2570 พอดี แถมมีลิ่วล้อกลุ่มผู้อำนาจออกมาปั่นกระแสว่างบประมาณด้านการข่าวมีน้อย หาข่าวได้แค่ยิบย่อยเท่านั้น
ขณะที่ความเห็นของคนในพื้นที่ที่เกาะติดสถานการณ์มาโดยตลอดสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือโจรใต้ โดยมีกลุ่มผู้มีอำนาจทั้งนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่อยากให้เกิดความไม่สงบคอยชักใยอยู่เบื้องหลังก็เป็นได้ เพราะมีผู้ก่อเหตุกว่า 500 คนตามที่ พ.ต.อ.ทวี ระบุ แต่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จับใครไม่ได้เลยทั้งที่ด่านตรวจเกลื่อนเมือง
ดังนั้นไม่ว่ารัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีนายวันมูหมัดนอร์ มะทา นักการเมืองรุ่นลายครามใน 3 จังหวัด เป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จะยกเครื่องด้านการข่าว วางกำลังคุมเข้มแค่ไหน คงทำได้แค่แพทเทิร์นเดิมๆคือหน่วยข่าวแจ้งเตือนแล้ว แต่ไม่สามารถปกป้องกัน และมีโอกาสสูงที่จะขอเพิ่มงบประมาณดับไฟใต้จากลักพันล้านเป็นหลายพันล้านก็เป็นได้
“จอมมารน้อย”ในฐานะมีถิ่นเดิมใน 3 จังหวัด เชื่อว่าไฟใต้จะไม่มอดดับถ้าตราบใดที่รัฐบาล นักการเมืองทุกระดับ ผู้นำศาสนาบางคนและกลุ่มมีอิทธิพลในพื้นที่ ยังมุ่งใช้ความเป็นความตายของชาวบ้านเป็นเครื่องมือแสวงผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง ซึ่งงบฯกว่า 3 แสนล้านที่ละเลงกันในช่วง 23 ปี พอที่จะเป็นหลักฐานบ่งชี้ได้ว่าไฟใต้มอดยาก !!!





