วันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) พร้อม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, ผู้ว่าราชการจังหวัด กรมปกครอง และ ชุด DOPA N.I.C.E สนธิกำลังกว่า 200 นาย เปิดปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ปราบปรามขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมสิทธิทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ “ทะเบียน 0” ในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากตำรวจ และ ชุด DOPA N.I.C.E. ตรวจสอบการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน พบว่าระหว่างปี 2561-2565 มีการออกบัตรทะเบียน 0 จำนวน 5,044 คน และพบความผิดปกติหลายประการ ทั้งการใช้บ้านเลขที่ไม่มีอยู่จริงหรือ “บ้านผี” เป็นจุดรวมรายชื่อ การเก็บลายนิ้วมือไม่สมบูรณ์เพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบอัตลักษณ์ การรับรองเอกสารเท็จ และเอกสารต้นเรื่องสูญหายจำนวนมาก จากการสืบสวนเชิงลึกพบคนต่างด้าวต้องสงสัยทำบัตรทะเบียน 0 โดยมิชอบ 23 คน เมื่อตรวจสอบใบหน้าและลายนิ้วมือกับฐานข้อมูลสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบทั้งหมดมีหนังสือเดินทางต่างประเทศ แบ่งเป็นชาวเมียนมา 22 คน และชาวจีน 1 คน
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง 35 ราย โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม เจ้าหน้าที่รัฐและฝ่ายปกครอง 9 คน รวมอดีตปลัดอำเภอไชยปราการ กำนันและผู้ใหญ่บ้าน , เจ้าบ้านผู้รับรอง 3 คน , คนต่างด้าวผู้สวมสิทธิ 23 คน พร้อมทั้งนำกำลังเข้าค้น 35 จุด เพื่อเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว
เบื้องต้นสามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 20 ราย ประกอบด้วยอดีตปลัดอำเภอไชยปราการ 1 คน กำนัน 1 คน ผู้ใหญ่บ้าน 1 คน เจ้าบ้านผู้เป็นพยานรับรอง 8 คน และชาวเมียนมาผู้ถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิอีก 9 คน
จากพยานหลักฐานพบความผิดปกติมีลักษณะเป็นเครือข่ายและเชื่อมโยงกัน อาจเกี่ยวข้องกับการนำแรงงานต่างด้าวใน อ.ไชยปราการ และพื้นที่อื่น มาจัดทำบัตรทะเบียน 0 โดยมิชอบ หรือที่เจ้าหน้าที่เรียกว่า “ขบวนการฟอกแรงงาน” ซึ่งจะเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
พล.ต.อ.สำราญ ระบุต่อว่า สำหรับการบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) เป็นการออกบัตรให้แก่กลุ่มบุคคลที่ไม่เคยมีประวัติในทะเบียนราษฎรมาก่อน โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนตามแนวตะเข็บชายแดน คนพลัดถิ่น คนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งส่งผลให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การรักษาพยาบาลการทำงาน และสามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อพัฒนาไปสู่การได้รับสัญชาติไทยต่อไปได้ หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พ.ร.บ.สัญชาติ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลปราบปรามเครือข่ายลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร ป้องกันการแฝงตัวของอาชญากรรมข้ามชาติ และรักษาความมั่นคงของประเทศ หากประชาชนที่พบเบาะแสการสวมสิทธิทางทะเบียน การเรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางทะเบียน หรือสงสัยว่ามีการใช้เอกสารประจำตัวที่ได้มาโดยมิชอบ สามารถแจ้งสถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง




