ผบ.ตร.กางแผนรับมือไฟใต้ ยันการข่าวไม่บกพร่อง สั่งปรับยุทธวิธีเชิงรุก-ดึงเอกชนร่วมเฝ้าระวัง

19

ผบ.ตร.กางแผนรับมือไฟใต้ ยืนยันการข่าวยังมีประสิทธิภาพ สั่งตำรวจปรับเกมเชิงรุก อุดช่องโหว่ช่วงสับเปลี่ยนกำลัง พร้อมผนึกเอกชน-ร้านค้า-ปั๊มน้ำมันติดตั้งระบบเตือนภัยและใช้เทคโนโลยีเสริมเฝ้าระวัง เร่งรวบรวมหลักฐานล่าตัวผู้ก่อเหตุ แม้บางส่วนพยายามหลบหนีข้ามแดน

เมื่อเวลา 11.29 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีแนวโน้มการก่อเหตุเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าหน่วยงานความมั่นคง ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และประชาคมข่าวกรอง ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มผู้ก่อเหตุก็มีการข่าวของตนเองเช่นกัน และมักอาศัยช่องโหว่ด้านเวลาและโอกาสในการลงมือเพื่อแสดงศักยภาพ

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่มีรายงานว่ารัฐบาลได้รับข้อมูลด้านการข่าวล่วงหน้ามากว่า 2 เดือนนั้น พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่มีข้อมูลชุดเดียวกันและมีการประชุมแลกเปลี่ยนกันอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ก่อเหตุมักเลือกใช้ช่วงเวลาที่คาดไม่ถึงในการลงมือ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมกำชับให้ทุกภาคส่วนเร่งยับยั้งและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่


ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ประสิทธิภาพด้านการข่าวของเจ้าหน้าที่ไม่ได้ลดลง แต่การทำงานในพื้นที่มีความท้าทายสูง โดยหลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเน้นการปฏิบัติการเชิงรุก มากกว่าการเดินตามเกมของผู้ก่อเหตุ โดยมีมาตรการสำคัญ บูรณาการร่วมกับภาคเอกชน ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านค้าและสถานีบริการน้ำมัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยล่วงหน้า


“อุดช่องโหว่ช่วงสับเปลี่ยนกำลังนำเทคโนโลยีและกล้องวงจรปิดเข้ามาช่วยเสริมการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ต้องสับเปลี่ยนกำลังหรืออยู่ในฐานปฏิบัติการ เพื่อให้สามารถตอบโต้เหตุการณ์ได้ทันท่วงที และยกระดับเทคโนโลยีทางอากาศ อยู่ระหว่างการพัฒนาขีดความสามารถของอุปกรณ์ทางอากาศ และเพิ่มศักยภาพของบุคลากรในการป้องกันและระงับเหตุ”


เมื่อถามถึงความคืบหน้าด้านคดี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือพิเศษในการพิสูจน์ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งหลักฐานทางชีวภาพ ภาพถ่าย และประวัติอาชญากรรม เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แม้ผู้ก่อเหตุจะพยายามปกปิดตัวตนหรือหาช่องทางหลบหนีข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ฝ่ายความมั่นคงได้มีการประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศอย่างใกล้ชิดแล้ว


ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวย้ำถึงขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ว่า ยังคงมีความเข้มแข็งและพร้อมเสียสละเพื่อปกป้องประชาชน โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ได้กล่าววิงวอนไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ตระหนักถึงความสูญเสียและความบอบช้ำที่เกิดขึ้นกับประชาชนชาวไทยด้วยกัน โดยไม่อยากให้เกิดความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของใครอีก