ชายพิการสุดอั้น ร้อง “ดร.ธนกฤต”ถูกสวมสิทธิ์บัตรคนจน โผล่มีเมีย-ลูก 4 คน ทั้งที่โสดตลอดชีวิต หวั่นถูกนำชื่อไปทำเรื่องผิดกฎหมาย

29

กรุงเทพมหานคร – เมื่อเวลา 09.00 น. วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ครอบครัวตรีเจริญ นำโดย นางกัญญา ตรีเจริญ อายุ 81 ปี ผู้เป็นแม่ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ ตรีเจริญ อายุ 61 ปี ลูกชายซึ่งเป็นผู้พิการตาบอดหนึ่งข้างและป่วยเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพฤกษ์ และนางกุลนันท์ ตรีเจริญ น้องสะใภ้ เดินทางเข้าพบ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังพบความผิดปกติทางทะเบียนราษฎรและการถูกสวมสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ

ญาตนายนิพนธ์ เปิดเผยว่า นายนิพนธ์ ป่วยพิการ ไม่มีรายได้อื่นนอกจากเบี้ยผู้พิการ ใช้ชีวิตยากลำบากอยู่กับแม่วัย 81 ปี จนกระทั่งน้องชายและน้องสะใภ้พาไปขึ้นทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลับแจ้งว่า มีผู้มาลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในชื่อของตนไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อประสานตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม กลับพบข้อมูลสุดช็อกจากระบบว่า โผล่จดทะเบียนสมรสและมีบุตร 4 คน ทั้งที่นายนิพนธ์ครองตัวเป็นโสดมาตลอดชีวิต ไม่เคยมีภรรยาหรือบุตรแม้แต่คนเดียว
ชื่อแม่ซ้ำซ้อน ในระบบราษฎรพบชื่อนางกัญญา ผู้เป็นแม่ มีลูกที่ใช้ชื่อ นามสกุล และเลขบัตรประชาชนเดียวกับนายนิพนธ์ ซ้ำกันอีกหลายคนถูกบีบให้เซ็นใบหย่า เมื่อมีการพูดคุยกับฝ่ายหญิงที่มีชื่อจดทะเบียนสมรสด้วย อีกฝ่ายกลับโยนให้ตนเป็นผู้เซ็นใบหย่า ซึ่งครอบครัวเห็นว่าไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม เพราะตนไม่เคยจดทะเบียนตั้งแต่แรก

ทางครอบครัวระบุว่า รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าที่ผ่านมาจะมีผู้สูญเสียประโยชน์หรือนำชื่อของนายนิพนธ์ไปสวมสิทธิ์ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อ ดร.ธนกฤต เพื่อขอความช่วยเหลือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบสืบสวนข้อเท็จจริง คืนสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐที่ควรได้รับ และแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนราษฎรให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยเร็ว

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์
ระบุว่าทีมงานได้รับการร้องเรียนจากผู้เดือดร้อนเรื่องการสวมสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งผู้เสียหายเป็นชายพิการตาบอด 1 ข้าง ไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับใคร แต่กลับมีชื่อจดทะเบียนสมรสกับหญิงที่ไม่รู้จักและมีบุตรด้วยกันถึง 4 คน พร้อมเตรียมประสานกระทรวงพาณิชย์เพื่อตรวจสอบเรื่องการสวมสิทธิ์โครงการฯ และประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามาดูแลสวัสดิการของผู้พิการ หากพบการสวมสิทธิ์จริงหรือเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องมีการกล่าวโทษและดำเนินคดี รวมถึงขยายผลว่ามีประชาชนรายอื่นถูกสวมสิทธิ์ลักษณะนี้อีกหรือไม่
นายปอง ทีมงานธนกฤต จิตอาสา

เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเอกสารทางราชการที่ระบุเลขบัตรประชาชน 13 หลักเดียวกับนายนิพนธ์ และใช้ชื่อแม่คนเดียวกัน แต่ปรากฏข้อมูลลูกในระบบทะเบียนราษฎรมากกว่า 4 คน รวมถึงมีประวัติจดทะเบียนสมรสที่อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ปี 2533 แต่เมื่อไปขอตรวจสอบ เอกสารทะเบียนสมรสกลับสูญหาย นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่ามีผู้นำชื่อไปใช้รักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช จึงกังวลว่าเลขบัตรที่ซ้ำซ้อนอาจถูกนำไปใช้แอบอ้างทำธุรกรรม ผูกเรื่องกู้หนี้ยืมสิน หรือสร้างคดีความผิดกฎหมายอื่นๆ ในอนาคต จึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งตรวจสอบและแก้ไขโดยด่วน

นางกุลนันท์ ตรีเจริญ น้องสะใภ้ผู้ดูแล ระบุว่าพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมและแก้ไขปัญหานี้มานานกว่า 5 ปี ไปติดต่อทั้งอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง และยื่นเรื่องถึงสำนักนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องกลับไม่ก้าวหน้า ทางเจ้าหน้าที่ท้องที่กลับแนะนำให้พาผู้เสียหายไปเซ็นใบหย่าเพื่อตัดปัญหาให้จบ ทั้งที่ครอบครัวมองว่าทำไม่ได้ เพราะการจดทะเบียนสมรสเป็นโมฆะตั้งแต่แรกเนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้เป็นคนดำเนินการเอง จึงตัดสินใจนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อ ดร.ธนกฤต เพื่อหวังว่าจะได้รับการคืนสิทธิ์สวัสดิการพร้อมแก้ไขข้อมูลทะเบียนราษฎรให้ถูกต้อง