“วันนอร์’ สะกิดรัฐเลิกเดาไฟใต้ จี้ฟังทุกฝ่าย-ไว้ใจกัน อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู

16

วันนอร์’ ถกนายกฯ ทบทวนไฟใต้ ปัดขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น ลั่นทุกฝ่ายควรไว้เนื้อเชื่อใจ ทำคนไม่กล้าให้ข้อมูล กลัวถูกมองเป็นฝ่ายตรงข้าม แนะกองทัพฟังความเห็นคนอื่นด้วย เลือกคนรู้ปัญหามาทำงาน

วันนี้ (25 ส.ค. 69) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อทบทวนสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหามาตรการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้นว่า ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปว่าต้องมีความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายความมั่นคงกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคประชาชน โดยเฉพาะภาคราชการในพื้นที่คือกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งวิธีการป้องกันเดิมของเราอาจจะใช้ได้แต่ควรหามาตรการใหม่ ๆ รวมถึงเครื่องมือมาเป็นตัวช่วย โดยที่ผ่านมาการบูรณาการยังไม่แน่นพอ ต่างคนต่างทำ และประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไปบ้าง เช่น กำลังของผู้ก่อความไม่สงบมีไม่มาก แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่ควรประมาท ควรประเมินสถานการณ์ให้ตรงกับความเป็นจริง พร้อมย้ำว่าต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ถ้าหากความมั่นคงไม่เกิดขึ้น การลงทุนและการท่องเที่ยวก็ไม่เกิดเช่นกัน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะแย่ ต้องช่วยกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าจะเน้นเรื่องการบูรณาการการทำงาน เรื่องความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด

ส่วนนายกรัฐมนตรีได้สอบถามหรือไม่ว่าเกิดจากปัญหาอะไร นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า เกิดจากหลายสาเหตุ เดากันไปถูกบ้างผิดบ้าง เช่น เดาว่าเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้งระดับชาติมีความขัดแย้งกัน ทำให้เกิดปัญหาในระดับพื้นที่ ซึ่งตนมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะนักการเมืองทุกคนต้องดูแลประชาชน อะไรที่กระทบกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน หรือ อบต.ถูกเผา ใครไปทำเรื่องนี้ถือว่าทุบหม้อข้าวตัวเอง เพราะทุกคนอยากได้รับการเลือกตั้งในครั้งต่อไป ดังนั้นเขาก็ต้องดูแลประชาชนอย่างดี จึงเป็นการเดาผิดเดาถูกกันบ้าง จึงมองว่าควรตรวจสอบให้ครบถ้วน

เมื่อถามว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองเลยใช่หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า จะบอกว่าไม่เกี่ยวเลยก็ไม่ได้ เพียงแต่ให้ตรวจสอบให้ถูกต้อง ไม่ควรคิดเอาเอง นักการเมืองก็ไม่กล้าที่จะให้ข้อมูลหรือให้ความเห็น และมองว่าเราต้องให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ตอนนี้ประชาชนไม่กล้าพูดแล้ว เพราะถ้าพูดในทางตรงกันข้ามกับฝ่ายความมั่นคงก็จะกลายเป็นผู้ร้าย เป็นฝ่ายสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบ

นายวันมูหะมัดนอร์ย้ำว่า ควรใช้หลักการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนาของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาแก้ปัญหาในพื้นที่ เราไม่ดำเนินการตามนี้ก็จะไม่เกิดการพัฒนา เนื่องจากไม่ปลอดภัย และควรเข้าถึงปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่คาดเดา เพราะสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เหมือนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะเป็นลักษณะการสู้รบกับองค์กรลับ สถานการณ์ไม่เหมือนกันหากเราเอาคนที่ไม่เข้าใจและไม่เข้าถึงปัญหาจะแก้ปัญหาลำบาก

นายวันมูหะมัดนอร์ยังยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้การข่าวบกพร่องก็ถือว่ามีส่วน แต่ต้องเห็นใจคนทำงานเพราะคนจ้องจะก่อเหตุ ทำเมื่อเราเผลอ คนป้องกันก็ต้องมีเวลาเผลอบ้าง เช่น การเผา อบต.ไม่ได้มีการปิดสถานที่ ไม่มีคนเฝ้า บางแห่งไม่มีกล้องวงจรปิด ผู้ก่อเหตุก็จะดูว่ามีจุดบอดตรงไหนก็จะทำตรงนั้น ตนเห็นใจทุกฝ่าย แต่เราไม่ควรทะเลาะกันเอง มองฝ่ายต่าง ๆ เป็นฝ่ายตรงข้าม อยากให้ร่วมมือกันทำงาน และขอย้ำว่าต้องไว้ใจกัน

เมื่อถามว่าการกระทำของกลุ่มบีอาร์เอ็นใช่หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า แน่นอน เป็นงานของเขา แต่หากเขาอยากคุยเราก็ต้องเปิดโอกาส ซึ่งต้องพูดคุยบนพื้นฐานรัฐธรรมนูญไทย หากมีความมุ่งมั่นที่จะให้พื้นที่สงบสุขสามารถพูดคุยได้

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ หลังเจ้าหน้าที่รัฐใช้มาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น มองว่าจะทำให้สถานการณ์ชายแดนใต้ดีขึ้นหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า อาจจะมีส่วน ซึ่งเราต้องทำให้ตัวเองมั่นคงและแข็งแรง ในการป้องกันพื้นที่และดูแลประชาชน รวมถึงจับกุมผู้ทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการก่อการร้าย ค้าของเถื่อน ยาเสพติด อยากให้เดินอย่างเต็มที่ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องขอความร่วมมือจากภาคประชาชน การเมืองท้องถิ่น การเมืองระดับชาติ รวมถึงนักวิชาการ และที่สำคัญกระทรวงมหาดไทยต้องทำงานเต็มที่ในเรื่องความมั่นคง เพราะมีกำลังประจำถิ่น ถึงเวลาต้องมาผนึกกำลังกัน อย่าไปคิดว่าฉันหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเก่งคนเดียว ถ้าร่วมมือกันก็จะมีพลัง

เมื่อถามว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปประเทศมาเลเซียหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ระบุว่า มีบางส่วนที่หนีไปฝั่งมาเลเซีย ซึ่งทางมาเลเซียพร้อมให้ความร่วมมือ ขอให้เราส่งข้อมูลไป เพราะทางเขาก็อยากให้เกิดความสงบ เนื่องจากหากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สงบก็กระทบมาเลเซียด้วย และไม่อยากให้สถานการณ์รุนแรงจนมีภัยแทรกซ้อนจากภายนอก เพราะปัจจุบันก็วุ่นวายเรื่องสงครามภูมิภาคเข้ามาแทรกแซง ถ้าเราไม่แข็งแรงเมื่อไหร่ประเทศที่สามก็จะเข้ามาแทรกแซง ดังนั้นเราต้องทำให้ประเทศแข็งแรงและมีภูมิต้านทาน

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงความร่วมมือ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ประเมินให้ถูกต้อง ไปหาวิธีแก้ปัญหาโดยร่วมมือกันทุกฝ่าย ซึ่งตนมองว่าแนวโน้มน่าจะไปในทางที่ดี และการประชุม ครม. สัญจรในรอบนี้ก็จะหารือสถานการณ์ชายแดนใต้ด้วย ทุกคนต้องร่วมมือกันไม่มีใครเป็นพระเอก ซึ่งมองว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่ เหตุเกิดครั้งเดียวกว่า 50 จุด ส่วนกองทัพก็ให้ทำหน้าที่ไปแต่ต้องฟังคนอื่นด้วย เพราะทำงานด้วยกัน

สำหรับการพูดคุยนั้น ทางนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แจ้งว่าอาจจะพูดคุยให้เร็วขึ้น แต่ก่อนการพูดคุยบนโต๊ะ ควรมีการพูดคุยระดับเทคนิคก่อน 1-2 รอบ คาดว่าจะเป็นปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้รู้สาเหตุการก่อเหตุ เพราะเรื่องนี้จะใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น ส่วนจะแก้ได้อย่างไรก็มาพิจารณากัน

เมื่อถามว่านายกฯ ได้พูดถึงการประเมินการวัดผลการทำงานโดยใช้ KPI กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือไม่ เพื่อทำให้การขับเคลื่อนงานเป็นรูปธรรมเร็ว นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็แน่นอน ไม่ว่าจะไปวัด KPI ตรงไหนก็มีปัญหา แต่ต่อไป KPI ต้องดีขึ้น

ส่วนหากสถานการณ์ไม่คืบหน้าไม่ดีขึ้นจะส่งผลอะไรหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า นายกฯ ก็ต้องพิจารณา เนื่องจากเป็นหัวหน้ารัฐบาลว่าเกิดจากอะไรแน่ ส่วนใครจะเกียร์ว่างหรือไม่นั้น ตนเองไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แต่อยากพูดถึงเรื่องที่จะเดินหน้าต่อไปเพื่อให้เกิดความสำเร็จให้ได้