นายกองตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์พรรคกล้าธรรม พร้อมทีม “ธนกฤต จิตอาสา” ในนามตัวแทนมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าหารือกับผู้บริหารโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ น.ส.อุ้ย บางมณีจัน อายุ 26 ปี แรงงานชาวลาว ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว หลังครอบครัวประสบปัญหาค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก
นายกองตรีธนกฤต เปิดเผยว่า ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากครอบครัวผู้บาดเจ็บ โดยช่วงแรกผู้บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนในอาการวิกฤต มีค่ารักษาพยาบาลสูงกว่า 500,000 บาท ครอบครัวสามารถนำเงินจากประกันชีวิตและเงินที่รวบรวมจากญาติในประเทศลาวมาชำระได้เพียงบางส่วน แต่ยังคงมียอดค้างชำระกว่า 118,000 บาท
ปัจจุบันผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งมีค่ารักษาสะสมแล้วประมาณ 58,000 บาท และมีกำหนดเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมราว 60,000 บาท โดยโรงพยาบาลกำหนดให้วางเงินมัดจำล่วงหน้า 37,000 บาท เนื่องจากผู้ป่วยเป็นชาวต่างชาติ ไม่สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลเช่นเดียวกับคนไทยได้
นายกองตรีธนกฤต ระบุว่า ได้หารือกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ในการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเบื้องต้น พร้อมยืนยันว่าขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิตผู้บาดเจ็บ โดยอาการล่าสุดดีขึ้นจากผู้ป่วยกลุ่มสีแดงมาเป็นสีเหลือง แต่ยังต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติม เนื่องจากบาดแผลไฟไหม้ทำให้เกิดเนื้อเยื่อเสียหายและมีเนื้อตายหลายจุด
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างประสานงานเพื่อพิจารณาส่งต่อผู้ป่วยไปรักษายังโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หากอาการดีขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงงบประมาณและมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐได้มากขึ้น พร้อมทั้งประสานให้ครอบครัวยื่นขอรับเงินเยียวยาจากกระทรวงสาธารณสุขและสิทธิช่วยเหลือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีที่ทนายความของโรงเบียร์ระบุว่าจะช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบรายละ 10,000 บาทนั้น นายกองตรีธนกฤต เห็นว่าควรเร่งดำเนินการ เพราะครอบครัวของผู้บาดเจ็บกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก
ด้าน นางสมมีไช ไชปันยา อายุ 41 ปี มารดาของผู้บาดเจ็บ ซึ่งเดินทางมาจากแขวงคำม่วน สปป.ลาว กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีเงินเพียงพอสำหรับชำระค่ารักษาพยาบาล และยังกังวลกับค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม เนื่องจากบุตรสาวเป็นชาวต่างชาติ จึงไม่สามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ อีกทั้งยังไม่ทราบว่าจะต้องใช้เวลารักษานานเพียงใด
นางสมมีไช กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งใจต่อความช่วยเหลือจากมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมยอมรับว่ารู้สึกกังวลหลังเห็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เห็นด้วยกับการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เกรงว่าบุตรสาวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทั้งนี้ ยืนยันว่าบุตรสาวเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำงานเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุในย่านลาดปลาเค้า และนายจ้างได้จัดทำประกันสุขภาพให้ต่อเนื่องกว่า 2 ปี ขณะที่ระหว่างเฝ้าดูแลบุตรสาวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตนและญาติต้องเช่าโรงแรมพักรายวันใกล้โรงพยาบาล ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก
นายกองตรีธนกฤต ยังฝากถึงผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์บางรายที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในลักษณะตำหนิผู้ได้รับบาดเจ็บและคัดค้านการเยียวยา โดยระบุว่า ขณะนี้ผู้เสียหายได้หารือร่วมกันแล้ว และอาจพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่แสดงความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว หากเข้าข่ายสร้างความเสียหายต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว

