ACSC เผยสัปดาห์เดียวรับแจ้งคดีออนไลน์ 5,496 คดี เสียหายกว่า 199 ล้านบาท เตือนภัย “ค่าไถ่ทิพย์” ระบาดหนักในกลุ่มนักศึกษา

37

วันที่ 20 ก.ค. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผบ.ตร. และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผบ.ตร. และรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์และผลการช่วยเหลือผู้เสียหายในรอบสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 12-18 ก.ค. 2569

จากข้อมูลพบว่า มีประชาชนแจ้งความผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวน 5,496 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 199,436,007 บาท โดยจำนวนคดีลดลงจากสัปดาห์ก่อน 159 คดี และมูลค่าความเสียหายลดลงประมาณ 27 ล้านบาท การหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการ ยังคงเป็นคดีที่พบมากที่สุด จำนวน 4,331 คดี คิดเป็นร้อยละ 78.8 ของคดีทั้งหมด และสร้างความเสียหายรวมกว่า 53 ล้านบาท สะท้อนว่าการหลอกลวงรูปแบบดังกล่าวยังคงเป็นภัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ที่มีการแจ้งความสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 69 คดี สมุทรปราการ 24 คดี และนนทบุรี 22 คดี ส่วนจังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ กว่า 9.7 ล้านบาท รองลงมาคือสมุทรปราการกว่า 649,854 บาท และเชียงใหม่กว่า 580,785 บาท

นอกจากนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ได้ประสานงานกับธนาคารและตำรวจในพื้นที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 38 ราย สามารถระงับการโอนเงินไปยังบัญชีมิจฉาชีพได้ทัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 756,469 บาท หนึ่งในคดีสำคัญ คือ การช่วยเหลือชายอายุ 31 ปี ในพื้นที่ สภ.ท่าอุเทน หลังถูกชักชวนเข้ากลุ่มไลน์และหลอกลงทุนซื้อขายหุ้นและทองคำออนไลน์ จนมีมูลค่าความเสียหายเกือบ 2 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อผู้เสียหาย อธิบายกลโกงของมิจฉาชีพ พร้อมแนะนำให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

อีกกรณีเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง อายุ 19 ปี ถูกมิจฉาชีพหลอกให้อยู่ในห้องพักโรงแรม พร้อมบังคับให้มัดมือมัดเท้าตัวเองและถ่ายคลิปส่งให้ผู้ปกครอง เพื่อเรียกค่าไถ่ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างหนัก ก่อนตำรวจเข้าปลอบขวัญและประสานผู้ปกครองมารับตัว โดยคดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายกว่า 9 แสนบาท

ทั้งนี้ ศูนย์ ACSC ระบุว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมักเลือกเป้าหมายเป็นนักเรียนและนักศึกษา โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โทรศัพท์แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ก่อนหลอกให้แอดไลน์ วิดีโอคอล ควบคุมการกระทำ และบังคับให้ออกจากบ้านไปพักตามโรงแรม ก่อนจัดฉากถ่ายคลิปเพื่อหลอกเรียกค่าไถ่จากผู้ปกครอง ซึ่งแต่ละคดีสร้างความเสียหายเป็นเงินหลักล้านบาท