“ยศชนัน” นั่งหัวโต๊ะแก้ปัญหาเกษตรกรอีสาน จ่อชง ครม. เยียวยากว่า 5 พันราย กระทบจาก 8 โครงการรัฐ พร้อมตั้งคณะทำงานเกาะติดผล

2

ทำเนียบรัฐบาล, วันที่ 8 กรกฎาคม – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาเกษตรกรภาคอีสานและสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน (สกอ. และ สพอ.) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อขับเคลื่อนและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการต่างๆ ของรัฐอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทำงานกับคณะกรรมการทุกท่านในการแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการต่าง ๆ ของรัฐ บรรเทาความเดือดร้อนและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนมาทำหน้าที่ประธานในการขับเคลื่อนการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ เนื่องจากเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ของรัฐมาอย่างยาวนาน

“ถือเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้มาติดตาม รับทราบ และร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและมีความเป็นธรรมที่สุด ผมเชื่อว่าเมื่อเราสามารถร่วมกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ขอเน้นย้ำว่า การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความถูกต้องตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเอาผลประโยชน์และการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวตั้ง” รองนายกฯ กล่าว

สำหรับผลการประชุมในวาระสำคัญ ที่ประชุมได้มีมติรับทราบผลการดำเนินงานและบัญชีรายชื่อกรณีปัญหาของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐ จำนวน 30 ปัญหา ในพื้นที่ 9 จังหวัด ก่อนจะพิจารณาให้ความเห็นชอบมติสำคัญเพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือเกษตรกรตามขั้นตอนต่อไป โดยมุ่งเน้นการเร่งหาทางออกที่เป็นธรรมและเยียวยาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐใน 8 โครงการใหญ่ ประกอบด้วย การให้ความเห็นชอบจ่ายค่าทดแทนที่ดินใน 4 อ่างเก็บน้ำสำคัญ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำบ้านทำนบ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อ่างเก็บน้ำอำปึล และอ่างเก็บน้ำห้วยสะพงน้อย พร้อมทั้งมอบหมายให้ทบทวนอัตราค่าขนย้ายที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ในโครงการเขื่อนสิรินธรให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และผลักดันการแก้ปัญหาที่ดินในอ่างเก็บน้ำลำตะโคง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ให้ความเห็นชอบผลการดำเนินการแก้ปัญหาโครงการฝายราษีไศล ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและร้อยเอ็ด รวมถึงการชดเชยพิเศษแทนการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จำนวนกว่า 5,353 ราย ตลอดจนเห็นชอบการจ่ายเงินค่าขนย้ายเป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ 3 กลุ่มในโครงการอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร จังหวัดชัยภูมิ เพื่อเร่งเตรียมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการแก้ปัญหาเป็นไปอย่างรัดกุม เป็นธรรม และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง ที่ประชุมจึงได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับติดตามการแก้ไขปัญหา 1 คณะ และคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกรณีปัญหาในพื้นที่ 9 จังหวัด อีก 9 คณะ รวมเป็น 10 คณะ ร่วมขับเคลื่อนและเกาะติดผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ การประชุมขับเคลื่อนครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ศ.ดร.ยศชนัน ในฐานะผู้แทนรัฐบาล ได้รับหนังสือจากตัวแทน สกอ. และ สพอ. นำโดยนายศักดา กาญจนเสน และนางบุรี อาจโยธา ที่ได้เดินทางมายื่นข้อเสนอและติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมรับฟังปัญหาอย่างใกล้ชิด ซึ่งรองนายกฯได้ให้คำมั่นในการใช้กลไกการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน และนัดประชุมในวันนี้ นำมาสู่การประชุมผลักดันทางออกที่เป็นธรรมให้แก่พี่น้องเกษตรกร