หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมเปิดขบวนการโกงสอบท้องถิ่น เริ่มจากมีผู้เสียหายร้องเรียน จ่ายเงินแต่ไม่ได้บรรจุ ขยายผลรวบผู้ต้องสงสัย 10 ราย

เปิดขบวนการโกงสอบท้องถิ่น เริ่มจากมีผู้เสียหายร้องเรียน จ่ายเงินแต่ไม่ได้บรรจุ ขยายผลรวบผู้ต้องสงสัย 10 ราย

กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังพบพฤติการณ์เรียกรับเงินเพื่อแก้ไขคะแนนสอบ โดยเรียกเก็บเงินตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักแปดแสนบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. รายงานข่าวจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของคดีมาจากมีผู้เข้าสอบบางส่วนเข้าร้องเรียนต่อกองปราบปราม หลังใช้ความสามารถสอบแข่งขันด้วยตนเอง ขณะที่อีกกลุ่มยอมจ่ายเงินให้ขบวนการ โดยหวังจะเป็นหนึ่งในผู้สอบผ่านและได้รับการบรรจุ จำนวน 6,000 อัตรา จากผู้สมัครสอบกว่า 400,000 คน แต่เมื่อไม่ได้รับการบรรจุ จึงนำเรื่องเข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่
จากการสืบสวนพบว่า น่าจะมีผู้จ่ายเงินให้ขบวนการดังกล่าวประมาณ 9,000 ราย โดยเรียกเก็บเงินรายละตั้งแต่ 300,000-900,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 4,000 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลจนพบว่า บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งเปิดเป็นบริษัท “สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด” ถูกใช้เป็นสถานที่รวมตัวของข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องในการแก้ไขข้อสอบ ก่อนเข้าตรวจค้นและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 10 ราย พร้อมตรวจยึดเอกสารสำคัญจำนวนมาก โดยผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.

จากการสอบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน โดยเฉพาะ “นายพิชิต” ซึ่งถูกระบุว่าเป็นตัวการสำคัญ ทำหน้าที่จัดหาเงินและว่าจ้าง “นาย ศ.” หนึ่งในผู้ต้องสงสัย ให้ประสานนำเอกสารข้อสอบจากสนามสอบมายังบริษัท ก่อนกระจายให้ผู้ร่วมขบวนการดำเนินการแก้ไข

สำหรับวิธีการทุจริต เจ้าหน้าที่พบว่า ขบวนการจะนำกระดาษคำตอบฉบับจริงมาถ่ายสำเนา จากนั้นเปรียบเทียบกับเฉลยข้อสอบ แล้วใช้ปากกาสีแดงทำเครื่องหมายในคำตอบที่ถูกต้อง ก่อนนำข้อมูลไปแก้ไขในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ และสแกนเอกสารกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีบุคคลสำคัญอีก 1 ราย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลคะแนนของผู้ที่จ่ายเงิน บันทึกลงในแฟลชไดรฟ์ ก่อนนำส่งให้บริษัทใน จ.นนทบุรี ขณะที่เอกสารผลสอบตัวจริงจะถูกเก็บไว้ที่โกดังของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นเวลา 2 ปี ก่อนทำลายตามระเบียบราชการ

ทั้งนี้ มีแหล่งข่าวรายหนึ่งยอมรับว่า ขั้นตอนดังกล่าวอาจเป็นช่องว่างสำคัญ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบเอกสารย้อนหลังเกิน 2 ปีได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าขบวนการนี้อาจดำเนินการมานานกว่า 2 ปี เพราะจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาบางราย พบความเชื่อมโยงย้อนกลับไปถึงปี 2567

ส่วนด้านการดำเนินคดี เบื้องต้นตำรวจ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องในความผิดฐานอั้งยี่และซ่องโจร เนื่องจากพบพฤติการณ์ร่วมกันจัดตั้งเป็นขบวนการเพื่อกระทำความผิด รวมถึงดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยออกมาเปิดเผย หลังทางกระทรวงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว

ส่วนความผิดฐานอื่นจะเป็นอำนาจการดำเนินการของ ป.ป.ช. หรือหาก ป.ป.ช. มีมติให้ บช.ก. รับผิดชอบเพิ่มเติม ก็จะเป็นไปตามดุลพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ขณะเดียวกันช่วงบ่ายวันเดียวกัน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มอบหมายตัวแทนฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่นำเอกสารผลสอบออกมาเปิดเผย โดยอ้างความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 322 ฐานเปิดผนึกหรือเปิดเผยเอกสารของผู้อื่น ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img