ที่อาคารอนาคตใหม่, วันที่ 26 มิถุนายน – พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวเปิดหลักฐานกรณีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพิ่มเติม เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีการเลือก สว. ระดับประเทศ ว่าในเวลานี้คดีอยู่ที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตามกรอบเวลาแล้วจะต้องมีมติภายในต้นเดือนกันยายน 2569 โดยมี 2 ข้อเสนอจากสองคณะที่แตกต่างกัน คือคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีข้อเสนอให้ กกต. ส่งฟ้องอย่างน้อย 229 คน ขณะที่คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 มีมติเสนอให้ยกคำร้องทุกคน
พรรคประชาชน (ปชน.) ยืนยันว่า กกต. ควรเดินหน้าส่งคำร้องไปที่ศาลสำหรับทั้ง 229 คน เนื่องจากหลักฐานในคดีดังกล่าวมีความชัดเจนและหนักแน่นเพียงพอ และเมื่อ กกต. ส่วนใหญ่มาจากการรับรองโดย สว. ที่อยู่ในสำนวนคดีนี้ หากไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลก็อาจถูกตั้งคำถามได้ว่าเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ อีกทั้งปัจจุบัน กกต. ยังถูกตั้งคำถามจากหลายเหตุการณ์ในอดีต หากไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลแม้หลักฐานชัด ก็ยิ่งอาจถูกมองว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้
พริษฐ์กล่าวว่า แม้ในเวลานี้จะไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดทั้งหมดในสำนวนของคดีได้ แต่สิ่งที่สามารถวิเคราะห์ต่อได้คือหลักฐานที่สามารถรวบรวมได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะหรือมาจากบุคคลที่ไปให้การกับคณะไต่สวน หรือผู้ที่พร้อมส่งหลักฐานเพิ่มเติมมาให้พรรคประชาชนรวบรวมและตรวจสอบ ซึ่งจะช่วยบ่งบอกได้ว่าหลักฐานที่ กกต. และดีเอสไอมีอยู่ชัดเจนและหนักแน่นแค่ไหน พรรคประชาชนจึงจะทำการเดินหน้ารวบรวมและเปิดเผยนำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตการเลือก สว. จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งวันนี้พรรคจะเปิดเผยในหนึ่งจังหวัดก่อน คือที่ จ.นครพนม
รองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า ประกอบด้วย 1) คลิปเสียงของ ศุภชัย โพธิ์สุ ที่มีการกล่าวว่า สว. 3 คนของ จ.นครพนม เป็น “สว.สีน้ำเงิน” อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถตั้งคำถามได้ว่าศุภชัยอาจมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงผู้ให้กำลังใจหรือไม่ 2) พยานหลักฐานในเหตุการณ์ในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 หรือ 1-2 วันก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ ที่มีกลุ่มผู้สมัคร สว. จำนวนหนึ่ง รวมถึงผู้สมัคร สว. จากนครพนม มีการรวมตัวกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยพยานซึ่งเป็นผู้สมัครรายหนึ่งที่ไปร่วมการประชุมในวันดังกล่าวด้วย ระบุว่านอกจากผู้สมัคร สว. จากหลายจังหวัดที่มารวมตัวกันแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญที่อยู่ในห้องประชุมดังกล่าวด้วย ก็คือศุภชัย ผู้สมัคร 3 คนที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว. นครพนม และ “อาจารย์ ป.” ซึ่งมีส่วนร่วมในการทำโพย
พริษฐ์ระบุว่าจากคำให้การของพยาน ระบุว่ามีการจัดทำโพยข้างหลังเอกสาร สว.3 และยังมีผู้สมัครบางคนที่เกิดอาการไม่พอใจ เพราะไม่เห็นเลขผู้สมัครตัวเองปรากฏอยู่ในโพย จนเกิดคำถามขึ้นมาว่าตนเองจะไม่ได้รับประโยชน์หรือถูกรับเลือกจากกระบวนการดังกล่าวหรือไม่ จากนั้นผู้สมัครคนหนึ่งที่ปัจจุบันได้เป็น สว. กล่าวว่าไม่ต้องกลัว ถ้าไม่มีหมายเลขของเราเดี๋ยวจังหวัดอื่นก็จะมาเลือกหมายเลขของเรา รวมถึงมีการให้สัญญาด้วยว่าถ้าใครไม่มีแต้มให้มาเอาเงินสดกับตัวเอง 300,000 บาท
จากคำให้การของพยาน ระบุว่าเมื่อมีคนเริ่มไม่พอใจ ศุภชัยก็จะไปเจรจาไกล่เกลี่ยกับบุคคลเหล่านั้นด้วย โดยบอกว่า จ.นครพนม มี สว. ได้กี่คน และจะมีผู้ช่วยเพิ่มมาได้กี่คน ดังนั้นจะสามารถเวียนกันมาเป็นผู้ช่วยได้ รวมถึงมีการยืนยันว่าใครที่ได้เป็น สว. จะให้มีการเซ็นใบลาออกล่วงหน้าไว้ และยังบอกด้วยว่าห้องที่ประชุมกันในวันนั้นมีกล้องวงจรปิดที่เก็บภาพไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว เสมือนเป็นการข่มขู่ผู้สมัครทางอ้อม
พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า ตนเชื่อว่า กกต. และดีเอสไอ พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เพราะโรงแรมแห่งนี้ทีมงานของตนได้ไปสำรวจมาแล้ว ทราบว่ามีกล้องวงจรปิดพอสมควร ที่น่าจะบ่งบอกได้ว่าในวันดังกล่าวมีบุคคลใดไปร่วมประชุมกันบ้าง รวมถึงเจ้าของโรงแรมดังกล่าวก็เป็นคนที่อยู่ในครอบครัวของนักการเมืองในพื้นที่ ซึ่งตนก็หวังว่าจะให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมด้วยเช่นกัน
3) การรวมตัวประชุมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันนั้นไม่ได้เป็นการต่างคนต่างเดินทางมา แต่ในวันที่ 21 มิถุนายน 2567 มีการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับผู้สมัคร โดยผู้สมัคร สว. คนหนึ่ง ได้ซื้อตั๋วให้ผู้สมัคร 8 คน ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ กกต. และดีเอสไอย่อมสามารถพิสูจน์ได้ด้วยเช่นกัน ว่าไฟลท์บินในวันดังกล่าวมีบุคคลชื่อเหล่านี้อยู่หรือไม่ จองผ่านใคร การจ่ายเงินเป็นอย่างไร
4) ในวันที่ 20 มิถุนายน 2567 กลุ่มผู้สมัครดังกล่าวได้มีการรวมตัวหารือที่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม 5) คลิปเสียงสนทนาระหว่างบุคคลที่ปัจจุบันได้เป็น สว.นครพนม กับผู้สมัครอีกคนหนึ่ง พยายามนำเสนอผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว สว. ระบุอย่างชัดเจนว่ามีขบวนการจัดตั้งโดยพรรคการเมืองหนึ่ง รับประกัน 40 คะแนนในรอบแรกได้ มีค่าใช้จ่ายและค่าเบี้ยเลี้ยงให้เป็นเลข 6 หลัก จ่ายค่าเครื่องบินและโรงแรมเตรียมให้หมดแล้วในกลุ่ม จ.นครพนม และสัญญาว่าจะให้เป็นผู้ช่วยมีเงินเดือนให้
พริษฐ์กล่าวว่าจากคลิปสนทนาจะเห็นได้ว่ามีขบวนการจัดตั้งโดยพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเป็นขบวนการที่จัดตั้งกันในระดับทั่วประเทศ จึงสามารถสัญญา 40 คะแนนในรอบแรกได้ และยังมีเรื่องของเงินและค่าตอบแทนมาเกี่ยวข้อง มีการให้สัญญาเรื่องตำแหน่งผู้ช่วยด้วย ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานชิ้นอื่นที่ตนได้นำเสนอไปในวันนี้ นี่คือหลักฐานที่เกิดขึ้นในหนึ่งจังหวัด ถ้าตนสามารถเข้าถึงข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นได้ขนาดนี้ ตนเชื่อว่า กกต. และดีเอสไอ ในคณะไต่สวน ก็ย่อมต้องเข้าถึงหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นกว่านี้ได้แน่นอน หลักฐานทั้งหมดที่นำเสนอในวันนี้จึงตอกย้ำความเห็นของพรรคประชาชน ว่าหาก กกต. จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ก็ควรส่งเรื่องดังกล่าวต่อไปที่ศาลตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และหลังจากวันนี้ตนและพรรคประชาชนหากมีการรวบรวมหลักฐานที่เพียงพอจากเหตุการณ์ในจังหวัดไหนได้อีก ก็จะทยอยมานำเสนอให้สาธารณะทราบต่อไป
“ถ้า กกต. ทำงานอย่างตรงไปตรงมาก็ต้องเอาหลักฐานทุกส่วนมาพิจารณาร่วมกัน หลักฐานที่ผมนำมาประกอบทั้งหมดในวันนี้ชี้ให้เห็นถึงขบวนการจัดตั้งที่ทำกันทั่วประเทศ และชัดเจนว่ามีเรื่องของค่าตอบแทนเงินทองมาเกี่ยวข้อง พอมององค์ประกอบทั้งหมด มันตอกย้ำให้เราเห็นว่ามีขบวนการแบบไหนเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน และทำไม กกต. ควรส่งเรื่องไปที่ศาลตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 โดยไม่ตัดตอนกระบวนการยุติธรรม” รองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าว

