DSI ร่วมกับ ตร.ทางหลวง จับกุมผู้ต้องหาร่วมกับศุภชัยฯ อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฐานฟอกเงิน

87


วานนี้ (วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2569) เวลาประมาณ 06.30 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว สนธิกำลังกับตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้จับกุม นายกิตติธัช (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3126/2568 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ริมทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ในอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ทั้งนี้ เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับกุมและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 68/2558 ของกองคดีการฟอกเงินทางอาญา โดยนายกิตติธัช ฯ ผู้ต้องหา ได้ร่วมกับ นายศุภชัยฯ อดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผู้ต้องหาในคดีทุจริตและฉ้อโกงประชาชนครั้งใหญ่ของประเทศ ที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยสั่งจำคุกเป็นเวลา 20 ปี และชดใช้เงินคืนกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท กระทำความผิดโดยหลอกลวงสมาชิกและบุคคลทั่วไปให้หลงเชื่อว่าผลการดำเนินกิจการของสหกรณ์ฯ มั่นคง เพื่อระดมเงินเข้าสู่สหกรณ์ฯ และให้สมาชิกเพิ่มทุนเรือนหุ้นและระดมเงินฝากจากสมาชิกสหกรณ์ที่หวังผลตอบแทนสูงจากการฝากเงินเข้าไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของสหกรณ์ หลังจากนั้นนายศุภชัยฯ กับพวก จึงนำเงินออกไปจากบัญชีเงินฝากธนาคารของสหกรณ์ฯ ด้วยวิธีการเบิกเงินสดและการสั่งจ่ายเช็ค โดยเจตนาทุจริตออกไปจากบัญชีเงินฝากธนาคารของสหกรณ์ฯ เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สหกรณ์ฯไม่สามารถจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสมาชิกไม่สามารเบิกถอนเงินสดจากบัญชีเงินฝากของตนเองได้


ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป