ศาลอาญาคดีทุจริตภาค1 สั่งจำคุก 2 อดีตบิ๊ก ป.ป.ช. 3ปี ไม่รอลงอาญา ฐานปกปิดข้อมูล นาฬิกาลุงป้อม -ลุ้นประกันตัว
วันนี้ (27พ.ค.69 ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 อ่านคำพิพากษา ในคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้บริหารและกรรมการ ป.ป.ช. รวม 12 คน กรณีกล่าวหาว่ามีส่วนปกปิดเอกสารเกี่ยวกับการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ระหว่างไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 อ้างว่าจำเลยที่4 ครบวาระการดำรงตำแหน่งอายุ 70 ปีไปก่อนเกิดเหตุศาลมีคำสั่งอนุญาต
ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาว่าพฤติกรรมกระทำของจำเลยที่ 3, 7 , 8 และ 11 ที่ลงมติไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด มีมูลว่าเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จึงให้ประทับฟ้องจำเลยที่3, 7 , 8 และ 11 ไว้พิจารณาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1,2 ,5 ,6 ,9 10 และ 12 ระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 8 และ 11 ศาลอนุญาต
วันสืบพยานโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และ 7 ศาลยกคำร้องด้วยเหตุผลคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะและอาจเกิดความเสียหายที่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 7 เมษายน 2569
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นนักสิทธิมนุษยชนทำหน้าที่ช่วยเหลือราชการด้านภัยคอรัปชั่น การที่โจทก์ขอข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการ ป.ช.ช.และคณะกรรมการ ป.ช.ช.ล้วนแต่เป็นเพื่อการตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังศาลปกครองสูงสุด ก็ได้พิพากษาให้โจทก์มีสิทธิ์ได้รับเอกสารที่เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สิน ในเรื่องที่กล่าวหาว่ามีการกระทำผิดโดยทุจริต โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ 3 และ 7 และเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา2 (4) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตามมาตรา 28 (2) ประกอบพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ. ศ 2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 3 และ 7 เป็นความผิดตามฟ้องแต่มีเจตนาเดียวเพื่อมิให้โจทก์ ได้รับข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการแต่ต้นจึงเป็นการกระทำกรรมเดียว
พิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และ7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 สั่งจำคุกคนละ 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา ขณะนี้จําเลยทั้งสองอยู่ระหว่างทําคําร้องเพื่อยื่นขอประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์
ภายหลังจําเลยยื่นคําร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกัน โดยตีราคาหลักประกันคนละ 400,000 บาท พร้อมวางเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

