“ผอ.เขมชาติ” ยิ้มรับโผโยกย้าย DSI ขอให้เป็นดุลพินิจผู้บังคับบัญชา หลังมีชื่อติดแคนดิเดตลุ้นผงาดนั่งรองอธิบดีแทนตำแหน่งว่าง

6

จากกรณีที่มีกระแสข่าวการจัดโผโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทั้งในตำแหน่งอธิบดีและรองอธิบดี โดยระบุถึงการสลับตำแหน่งระหว่าง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กับ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ รวมถึงการจัดสรรตำแหน่งรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษใหม่ ซึ่งปัจจุบันว่างอยู่ 1 ตำแหน่งจากการโอนย้ายของ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ไปเป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ อีกทั้งยังมีกระแสวิเคราะห์ว่าอาจมีการโยกย้ายรองอธิบดีรายอื่นไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการและรองอธิบดีกรมบังคับคดี

จนอาจทำให้มีตำแหน่งว่างเพิ่มเป็น 3 ตำแหน่ง ซึ่งปรากฏชื่อตัวเต็งแคนดิเดตอย่าง ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เจ้าของคดีสำคัญ เช่น คดี Forex-3D คดีเว็บพนันออนไลน์เครือข่าย สส.สงขลา และคดีเหมืองขุดคริปโทเคอร์เรนซีลักลอบใช้ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นนายตำรวจที่มีผลงานโดดเด่นและทำงานใกล้ชิดกับ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมถึงยังมีชื่อของ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าของคดีหมูเถื่อนและคดีบุกรุกที่ดินเขากระโดง ร่วมติดโผในครั้งนี้ด้วย

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 ก.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ถึงกระแสข่าวการมีชื่อเตรียมขึ้นดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ยังว่างอยู่ ซึ่ง ร.ต.อ.เขมชาติ ได้ยิ้มแย้มและหัวเราะเล็กน้อยก่อนตอบสั้น ๆ เพียงว่า เรื่องดังกล่าวขอให้เป็นดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา และปฏิเสธที่จะตอบคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับวงรอบวาระการปรับเลื่อนตำแหน่งก่อนจะขอยุติการให้สัมภาษณ์

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่าการคัดเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งรองอธิบดี DSI (ระดับ C9) จะอยู่ในอำนาจการดำเนินการของปลัดกระทรวงยุติธรรมโดยตรง ไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเหมือนตำแหน่งอธิบดี โดยหลักเกณฑ์พิจารณาจะมุ่งเน้นไปที่ผู้ที่มีลำดับอาวุโสสูงสุด มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และต้องเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคดีมาก่อน