วันที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ แต่ยังไม่ทันก้าวเท้าพ้นจากเรือนจำ นักวิชาการ สื่อมวลชน นักการเมืองและอดีตแกนนำม็อบที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนายทักษิณ ที่เคยเก็บปากเงียบพาเหรดกันออกมาห้อยโหนหาแสงวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นเดิมๆอย่างเมามัน ทั้งให้เลิกเล่นการเมืองและเรียกร้องให้จ่ายภาษี

ขณะที่ชาวบ้านระดับรากหญ้าโดยเฉพาะคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยเดินทางจากต่างจังหวัด กรุงเทพฯและปริมณฑล มานอนพักค้างคืนหน้าเรือนจำคลองเปรมเพื่อรอต้อนรับนายทักษิณ พร้อมหอบความหวังจะได้เห็นนายทักษิณ กลับมาช่วยบริหารประเทศ แม้จะรู้ว่านายทักษิณถูกเผด็จการทหารและกลุ่มผู้กุมอำนาจใช้กฎหมายพันธนาการไว้ก็ตาม
เสียงเรียกร้องของชาวรากหญ้าที่สื่อถึงนายทักษิณ คงไมต้องอธิบายให้มากความว่าทำไมต้องเรียกร้องให้กลับมา เพียงย้อนไปดูผลงานที่นายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก นโยบายที่หาเสียงไว้ถูกผลักดันออกมาเป็นรูปธรรมไม่ว่าจะเป็น หนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลช่วยให้คนต่างจังหวัดช่วงว่างเว้นจากการเก็บเกี่ยวไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองใหญ่เพื่อหางานทำจุนเจือครอบครัว ผันชีวิตผลิตสินค้าที่คุ้นชินมาตั้งแต่เกิดออกขายโดยรัฐบาลหาตลาดให้ หรือชาวบ้านที่ไม่มีทุนในประกอบอาชีพ กู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านที่รัฐบาลจัดสรรให้มาเป็นทุนประกอบอาชีพค้าขายตามเมืองใหญ่ได้ ถ้าได้ติดตามข่าวม็อบเสื้อเหลืองยึดทำเนียบรัฐบาลขับไล่รับบาลทักษิณ มีพวกระดับสูงเกื้อหนุนมีอาหารดีดนตรีเพราะ แต่ที่สวนจตุจักร ม็อบสนับสนุนนายทักษิณ มีพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ รถเร่ อาทิ ขายไข่ปิ้ง ข้าวเหนียวปิ้ง น้ำตก ส้มตำมาจอดเรียงราย สนับสนุนเพราะได้เงินกู้จากกกองทุนหมู่บ้านทำทุน
หรือนโยบายปราบปรามยาเสพติดที่ใช้มาตรการเด็ดขาด ชาวบ้านที่ลูกหลานตกเป็นทาสยาเสพติด ได้ลุกคืนกลับมาอยู่กับครอบครับอย่างอบอุ่น หรือนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่ช่วยชาวรากหญ้าหรือแม้แต่พวกมีฐานะรอดชีวิตเป็นจำนวนมาก และเพื่อไม่ให้โรงพยาบาลต้องรับภาระรักษาคนป่วยเยอะ ใช้นโยบายรณรงค์ให้ประชาชนทั้งประเทศออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ต้องไปพบหมอบ่อย
เมื่อเผด็จทหารครองเมืองทั้งสองยุค มีความพยายามจะเลิก 30 บาทรักษาทุกโรค แต่เจอแรงต้านจึงไม่กล้า แต่ไม่มีกึ๋นพอที่จะมองการบริหาร 30 รักษาทุกโรค ว่าต้องมีการรณรงค์ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จึงละเลย ทำให้ 30 บาทรักษาทุกโรคกลายเป็นภาระหนักด้านงบประมาณจนถึงปัจจุบัน
ยุคที่ นายทักษิณบริหารประเทศ จัดว่าเป็นยุคที่ชาวบ้านกระเป๋าฟู การศึกษาได้รับการพัฒนาให้ทันสมัย คัดเลือกนักเรียน 1 ทุน 1 อำเภอ ใช้เงินจากหวยบนดินส่งไปเรียนต่างประเทศ แต่เมื่อโดนเผด็จทหารยึดอำนาจ เข้าบริหารประเทศไม่ถึงปีชาวบ้านกระเป๋าแฟบไปตามๆกัน แม้นายทักษิณ จะถูกกลุ่มอำนาจเก่ากระทำ แต่พอจัดเลือกตั้งใหม่ชนะทุกครั้งและเงินกระเป๋าของชาวบ้านมาฟูเหมือนเดิม โดยเฉพาะยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชาวนาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำนามาค่อนชีวิตไม่คิดว่าจะได้กำเงินล้าน
ด้วยวิสัยทัศน์ของนักบริหารมืออาชีพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผลักดันสร้างรถไฟความเร็วสูงด้วยการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อให้การเดินทางรวดเร็วขนสินค้าเกษตรข้ามประเทศได้ แต่ต้องสะดุดด้วยความเห็นว่าให้สร้างถนนลูกรังให้หมดก่อน มาพร้อมกับเสียงเย้ยหยันของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์บางคนว่าลงทุนขนาดนี้เพื่อขนผักหรือ ? แต่คำเย้ยหยันสะท้อนถึงการขาดวิสัยทัศน์ เพราะทุกวันนี้สินค้าเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ที่ส่งไปขายจีน เป็นตลาดใหญ่ ต้องไปเข้าคิวที่ลาวรอรถไฟความเร็วสูงบรรทุกส่งไปจีน
นับแต่ที่ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกเผด็จทหารยึดอำนาจเป็นเวลากว่า 20 ปี ความเป็นอยู่ของชาวบ้านระดับกลางถึงรากหญ้าย่ำแย่มาตลอด เพราะผู้นำบริหารไร้กึ๋นท่องจำแต่ว่ารัฐบาลปราบโกง แต่กลุ่มทุน กลุ่มอนุรักษ์นิยม และกลุ่มผู้กุมอำนาจ รวมสื่อมวลชนเลือกข้างต่างกระเป๋าตุงกันทั่วหน้า
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวบ้านระดับกลางถึงรากหญ้าต่างเรียกร้องให้นายทักษิณ ชินวัตร กลับมาช่วยบริหารประเทศ โดยไม่มีการขานชื่อ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชาวบ้านระลึกถึงด้วยวาจาที่ว่ายังไม่ได้รับรายงาน หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ชาวบ้านจำผลงานขึ้นใจคือนโยบายชั่งไข่ขาย เข้าคิวซื้อน้ำมันปาล์ม ทั้งที่ไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีมาพร้อมกับไอเดียบรรเจิดว่า น้ำท่วมให้เลี้ยงปลา พร้อมบทท่องจำว่ารัฐบาลปราบโกง แต่ดัชนีปราบโกงกลับดิ่งเหว
ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งกุมบังเหียน จะได้ยินชาวบ้านต่างตะโกนสวนทางกับนายอนุทินหาเสียงว่าจำทำให้ชาวบ้านรวยถึงขั้นร้องขอว่ารวย รวย ไม่ไหวแล้ว มาเป็น จน จน ไม่ไหวแล้วโว้ย !!!


