ลั่น..!!ได้กำชับเร่งสปีด เสริมเครื่องมือปฏิบัติงาน แจก notebook พนักงานสอบสวนใหม่ กว่า 3 พันนาย ต้องแล้วเสร็จภายในปี 2569 นี้พร้อมเดินเครื่องเต็มพิกัด สร้างระบบตรวจสอบงบประมาณ เป็นรูปธรรมแล้วในยุคนี้

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2560 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการว่า ในห้วงเวลาที่อาชญากรรมไซเบอร์มีความซับซ้อนขึ้นทุกวัน “งานสอบสวนของตำรวจ”ซึ่งเป็นต้นธารสำคัญของกระบวนการยุติธรรม จำเป็นต้องเร่งปรับรูปแบบและพัฒนาระบบงานในทุกด้านเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทันต่อสถานการณ์ รวมถึงการมีเครื่องมืออุปกรณ์และระบบงบประมาณที่พร้อมสนับสนุนพนักงานสอบสวน

จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน (ศส.ตร.) ซึ่งได้ประกาศจัดทำแผนพัฒนางานสอบสวน ปรับปรุงระบบงาน แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ครอบคลุมงานทุกมิติ ได้แก่ 1) ด้านการบริการประชาชน ที่เน้นความสะดวกของประชาชนในการติดต่อราชการผ่านแอปพลิเคชัน Police Care 2) ด้านการพัฒนาระบบปฏิบัติงาน ที่นำเทคโนโลยี AI มาช่วยลดภาระเอกสาร จัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ และปริมาณกำลังพลให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานในทุกสถานี และ 3) ด้านการพัฒนาบุคลากร ที่มุ่งสร้างเส้นทางเติบโตและสวัสดิการที่มั่นคง เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถอำนวยความยุติธรรมได้อย่างมีเกียรติ ซึ่งแต่ละด้านมีผลงานความคืบหน้าทุกระยะ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตำแหน่งพนักงานสอบสวนเลื่อนไหล การเพิ่มเงินตำแหน่งพนักงานสอบสวน การพัฒนาระบบแบบฟอร์มสำนวนอิเล็กทรอนิกส์

ล่าสุด พล.ต.อ.นิรันดร ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน (ศส.ตร.)เปิดเผยอีกว่า ตนได้เร่งเดินหน้าผลักดัน โครงการตามแผนงาน มาผลักดันเป็น “Quick Win” ให้สำเร็จและเห็นผลทันทีภายในปีงบประมาณ 2569 โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาเรื่องอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานและการสนับสนับสนุนระบบงบประมาณ จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการการจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา notebook ให้พนักงานสอบสวนใหม่ 2) โครงการจัดทำระบบห้องสมุดกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart E-Library) 3) โครงการจัดทำระบบสารสนเทศกำกับติดตามงบประมาณงานสอบสวน และ 4) โครงการเสริมงบค่าใช้จ่ายเพื่อใช้ทำสำนวนคดีออนไลน์ตามเลข Case ID
พล.ต.อ.นิรันดร เปิดเผย เพิ่มเพิ่มอีกว่าปัจจุบัน โครงการ Quick Win ข้างต้น ได้สำเร็จเป็นรูปธรรมแล้ว 2 โครงการ คือ การจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา notebook และ จัดทำระบบสารสนเทศกำกับติดตามงบประมาณงานสอบสวน
ในเรื่องการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ notebook นั้น โครงการได้รับไฟเขียวจาก ผบ.ตร. อนุมัติงบประมาณเรียบร้อยแล้ว โดยจัดหา notebook ให้กับพนักงานสอบสวนที่จบใหม่และเริ่มปฏิบัติงานในปี 2569 และ ปี 2570 คนละ 1 เครื่อง เพื่อให้พนักงานสอบสวน สามารถทำการสอบสวนได้ทุกที่และทุกเวลา และยังเข้าถึงฐานข้อมูลกฎหมายและระบบสารสนเทศของ ตร.ได้ตลอดเวลา สอดคล้องกับหลักการของ ป.วิ.อาญา มาตรา 130 ที่ต้องเริ่มสอบสวนโดยมิชักช้า สอบสวนที่ใดเวลาใด ก็ได้ โดยในโครงการ ได้ศึกษาและสำรวจความต้องการวัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน ของตำรวจที่อยู่ระหว่างอบรมของสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน ซึ่งจะจบมาเป็นพนักงานสอบสวนใหม่ ประมาณ 1,000 คน ผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่าร้อยละ 90 ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเป็นอุปกรณ์ไว้ใช้ปฏิบัติงานสอบสวน เป็นอันดับ 1
ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อตามระเบียบ พนักงานสอบสวนจบใหม่ปี พ.ศ.2569 จำนวน 1,379 นาย และที่จะจบในปี พ.ศ. 2570 และปีต่อๆ ไปอีก 1,950 นาย รวม 3,329 นาย จะมีคอมพิวเตอร์ notebook ใหม่ไว้ใช้งานทุกนายแม้อาจดูไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แต่กลับเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด เพราะเรื่องการขาดแคลนคอมพิวเตอร์ใช้งาน เป็นเสียงสะท้อนที่พูดคุยในกลุ่มพนักงานสอบสวนมาตลอดว่า “พนักงานสอบสวนจบใหม่ต้องซื้อคอมเอง” ผ่านมากี่ยุคสมัยก็ยังแก้ไม่ได้สักที แต่ตอนนี้มาสำเร็จในยุค พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ และ ตน
โครงการ Quick Win ที่สำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วอีกเรื่อง คือ ระบบกำกับติดตามงบประมาณงานสอบสวน สำหรับใช้เป็นเครื่องมือช่วยตรวจสอบกำกับการใช้งบประมาณที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดสรรให้กับพนักงานสอบสวนในระดับสถานีตำรวจ เพื่อให้ได้รับเงินค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายครบถ้วนตามสิทธิอย่างทั่วถึง ซึ่ง ผบ.ตร. อนุมัติการใช้งานระบบตั้งแต่ 5 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.นิรันดรฯ ยังได้ให้ข้อมูลอีกว่า ขณะนี้ กำลังเร่งรัดโครงการ Quick-Win อีก 2 โครงการ คือ ระบบ ห้องสมุดกฎหมายอัจฉริยะสำหรับพนักงานสอบสวน Smart E-Library โดยจะนำระบบ AI มาช่วยสืบค้นข้อหากฎหมาย และโครงการเสริมงบค่าใช้จ่ายเพื่อใช้ทำสำนวนคดีออนไลน์ตามเลข Case ID โดยเบื้องต้นจะกำหนดค่าใช้จ่าย 500 บาท ต่อหนึ่ง Case ID เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการทำสำนวนคดีไซเบอร์ที่มีปริมาณมหาศาลเกือบสี่แสนเรื่องต่อปี
การวางโรดแมป ของศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน ภายใต้การกำกับดูแลของตนนอกจากจะมุ่งพัฒนาระบบงานสอบสวนครอบคลุมทุกมิติแล้ว ยังแบ่งแผนงานพัฒนาไว้ทั้งระยะยาว ระยะกลาง และระยะสั้น สะท้อนวิสัยทัศน์ความเป็นผู้บริหารที่มองการแก้ปัญหาองค์รวม ไม่ได้แก้ปัญหาแบบแยกส่วนไปเฉพาะเรื่อง ถือเป็นการยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ให้ระบบงานสอบสวนของตำรวจ และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานสอบสวนระดับปฏิบัติทุกนาย โดยท้ายที่สุดแล้วผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือประชาชน ที่จะได้รับการอำนวยความยุติธรรมที่รวดเร็ว ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ อย่างแท้จริง

