ผงะ!! สองคนจีนขับรถพลิกคว่ำ ตรวจพบพกปืนสั้น ขยายผล-ค้นบ้านย่านบางละมุง พบ“คลังแสงมรณะจีนเทา” ซุกบ้านเช่าหรูในพื้นที่นาจอมเทียน

111

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569 ที่จังหวัดชลบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและชุดสืบสวน ได้ขยายผลจากเหตุการณ์ สองคนจีนขับรถพลิกคว่ำ ตรวจพบพกปืนสั้น นำไปค้นบ้านย่านบางละมุง เจออาวุธสงคราม-เสื้อเกราะติดระเบิดเตรียมบึ้มพลีชีพในพื้นที่นาจอมเทียน ก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ และต้องตะลึงเมื่อภายในบ้านถูกดัดแปลงเป็นคลังเก็บอาวุธสงครามจำนวนมาก โดยมีชาวต่างชาติเป็นผู้ครอบครอง

จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนเล็กยาวจู่โจมแบบ M4 จำนวน 2 กระบอก พร้อมแมกกาซีนและกระสุนจริงอีก 13 ชุด บางส่วนถูกซีลพลาสติกกันความชื้นอย่างแน่นหนา ลักษณะคล้ายเตรียมเก็บรักษาไว้ใช้งานระยะยาว นอกจากนี้ยังพบระเบิดมือจำนวนหนึ่ง ตัวจุดชนวน เสื้อเกราะกันกระสุน หน้ากากป้องกันแก๊สพิษ รวมถึงอุปกรณ์ตัดสัญญาณสื่อสาร หรือ “Jammer” ซึ่งมักใช้ในปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธี

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเปิดเผยว่า อาวุธทั้งหมดเป็น “ของจริง” ไม่ใช่ปืนบีบีกันหรือของสะสมทั่วไป ทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยอย่างหนักว่า ชาวต่างชาติกลุ่มดังกล่าวสามารถลักลอบนำอาวุธสงครามเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไร และมีจุดประสงค์ใดแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสรรพาวุธวิเคราะห์ว่า ปืน M4 ที่พบมีการติดตั้งอุปกรณ์ยุทธวิธีครบชุด พร้อมใช้งานทันที ขณะที่ระเบิดมือและตัวจุดระเบิดถูกเก็บไว้ในกล่องนิรภัยอย่างดี สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ และอาจไม่ใช่เพียง “คนรักปืน” ตามที่บางฝ่ายพยายามอ้าง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่พบสมุดบัญชีและเอกสารลักษณะคล้าย “รหัสลับ” บางอย่างภายในบ้านพัก ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการว่าจ้างหรือภารกิจบางรูปแบบ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกของหน่วยงานข่าวกรอง

แหล่งข่าวระดับสูงระบุอีกว่า มี “ข้อมูลสำคัญบางประการ” เกี่ยวกับหนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัวของชาวต่างชาติกลุ่มนี้ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญและเครือข่ายข้ามชาติ ทำให้การสืบสวนต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

จากการลงพื้นที่ของทีมข่าว พบว่าบ้านพักดังกล่าวมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาผิดปกติ เพื่อนบ้านหลายรายให้ข้อมูลตรงกันว่า มักเห็นชาวต่างชาติเข้าออกในช่วงกลางดึก และไม่ค่อยสุงสิงกับคนในพื้นที่

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งแกะรอยเส้นทางอาวุธทั้งหมด ว่าถูกลักลอบขนข้ามแดนเข้ามา หรือมี “ผู้มีอิทธิพล” ในประเทศให้การสนับสนุน พร้อมตรวจสอบความเป็นไปได้ที่เครือข่ายดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือใช้พื้นที่ห้วยใหญ่เป็นฐานปฏิบัติการลับ

ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงยอมรับว่า การพบเครื่องตัดสัญญาณและวัตถุระเบิดจำนวนมาก ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่อาจมองข้าม เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการเตรียมก่อเหตุร้าย หรือภารกิจคุ้มกันบุคคลระดับสูงในรูปแบบผิดกฎหมาย

คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงการครอบครองอาวุธเถื่อนธรรมดา แต่กำลังกลายเป็น “เงื่อนงำความมั่นคง” ที่สังคมจับตาอย่างใกล้ชิด ว่าแท้จริงแล้ว กลุ่มชาวต่างชาติเหล่านี้เป็นเพียงนักสะสมอาวุธ…หรือกำลังซุกซ่อน “สงครามเงียบ” เอาไว้กลางเมืองท่องเที่ยวของไทยกันแน่!