“กล้วยอบเนย” ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยคุณภาพส่งออก ฝีมือสมาชิกสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูม จำกัด จ.สุโขทัย เป็นสินค้าชุมชนที่โดดเด่นได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ตามที่นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วย เผือก มันและฟักทองของสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูม จำกัด ตั้งอยู่หมู่ 1 ต.หนองตูม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย กลายเป็นที่สนใจของสาธารณชนขึ้นมาในทันที
นางรันทม เถื่อนเป้า ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูม จำกัด ได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่นำคณะมาเยี่ยมชมกระบวนการดำเนินงานของสหกรณ์ฯและดูขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วย เผือก มันและฟักทอง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เด่นที่ทำรายได้ให้กับสหกรณ์มาเกือบ 20 ปี
“สหกรณ์ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 ตอนนี้มีสมาชิกจำนวน 50 คน มีทุนหมุนเวียนดำเนินกิจการอยู่ที่ 15.78 ล้านบาท สินค้าเด่นของสหกรณ์ที่ได้รับความนิยมของลูกค้ามากที่สุดก็คือกล้วยอบเนย เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสหกรณ์ขึ้นมา”
ประธานสหกรณ์ฯคนเดิมเผยต่อว่าปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์แปรรูปของหลากหลายสินค้าส่วนใหญ่จะผลิตส่งให้ผู้ประกอบการนำไปตีตราสินค้าเอง ทำบรรจุภัณฑ์เอง ไม่ว่าจะเป็น กล้วยอบเนย เผือกอบเนย มันอบเนยหรือฟักทองทอดกรอบ สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่กว่า 80 % ส่งออกไปยังต่างประเทศ ส่วนที่เหลือจำหน่ายภายในประเทศ
“เราผลิตส่งให้กับบริษัทส่งออก ตามที่มีออเดอร์เข้ามา เขาจะทำแบรนด์สินค้าเอง เท่าที่ทราบส่งไปขายเกาหลี เป็นหลัก ก็มีประเทศอื่นบ้างประปราย ส่วนในประเทศก็จะมีพ่อค้ามารับซื้อไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง เมื่อก่อนออเดอร์เข้ามาผลิตแทบไม่ทัน ช่วง 2-3 เดือนมานี่ หลังมีสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ยอดสั่งออเดอร์หายไป กว่า 50% จากปกติ ตลาดช่วงนี้ซบเซาลงหน่อย พวกน้ำมันพืช เนย ค่าขนส่งขึ้นราคา แต่ยังขายสินค้าในราคาเดิม” นางรันทม กล่าว
สำหรับขั้นตอนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบหลักในการผลิตส่วนใหญ่นำมาจากต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก เผือก มันและฟักทอง ส่วนเครื่องมืออุปกรณ์การผลิตจะเป็นอุปกรณ์คิดค้นเองของคนในหมู่บ้าน นำวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลงเป็นอุปกรณ์ อย่างเช่นนำใบปัดน้ำฝนรถยนต์มาทำเป็นอุปกรณ์กวนผ่านมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น
“เราไม่อยากได้อุปกรณ์ผลิตที่ทันสมัย เราต้องการใช้แรงงานชาวบ้านมากกว่า ต้องการส่งเสริมให้ชาวบ้านในหมู่บ้านมีงานทำมีรายได้ ไม่ต้องไปรับจ้างขายแรงงานข้างนอกหรือต่างจังหวัด เราพยายามผลักดันคนในชุมชนตำบลเราให้เยอะที่สุด” นางรันทมกล่าวย้ำ
ประธานสหกรณ์ฯคนเดิมกล่าวถึงสิ่งที่อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลก็คือการติดตั้งโซล่าเซลล์เพื่อใช้ในกระบวนการผลิต เนื่องจากปัจจุบันต้องจ่ายค่าไฟฟัาต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นบาท เพราะทุกอุปกรณ์การผลิตต้องใช้มอเตอร์ปั่นไฟ หากใช้แผงโซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าจะช่วยลดต้นทุนลงได้มาก นอกจากนี้ทางสหกรณ์ฯยังเตรียมจัดสร้างอาคารศูนย์เรียนรู้ฯแห่งใหม่ให้มีขนาดใหญ่จุคนได้เพิ่มมากขึ้นในการต้อนรับคณะศึกษาดูงาน ซึ่งมีมาอยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันห้องประชุมรับได้ไม่เกิน 20 คนและในนอนาคตอยากให้สหกรณ์เป็นศูนย์เรียนรู้แปรรูปทางการเกษตรของจังหวัดสุโขทัยด้วย
“ปกติห้องประชุมรับได้เต็มที่ไม่เกิน 20 คน ตอนรัฐมนตรีมาเยี่ยมอัดกันเข้าไป 40 คน วันนั้นป้าก็ขอทางรัฐมนตรีไป 2 เรื่อง คือขอติดตั้งแผงโซล่าเซลล์กับขออาคารศูนย์เรียนรู้หลังใหม่ ท่านก็รับปากว่าจะดูให้”นางรันทม เผย
เธอย้ำด้วยว่าปัจจุบันสหกรณ์มีรายได้จาก 2 ทาง คือธุรกิจจุดหาสินค้ามาจำหน่ายคือแก๊ซ ซึ่งเป็นรายได้หลักของสหกรณ์ รายได้จากการจำหน่ายก๊าซหุงต้ม(LPG) ที่ทางปตท.สผ.ส่งผ่านท่อจากแหล่งผลิตหนองตูม A มายังสหกรณ์ฯ เพื่อจำหน่ายต่อไปยังสมาชิก โดยรายได้ส่วนนี้จะนำมาจ่ายคืนแก่สมาชิกในวันประชุมใหญ่ประจำปีของสมาชิกสหกรณ์
ด้าน นายวีรภัทร เณรศาสตร์ สหกรณ์จังหวัดสุโขทัย กล่าวถึงจุดเด่นสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูม จำกัด ว่าเป็นสหกรณ์ที่มีส่วนร่วมของคนในชุมชนสูง สมาชิกมีความสามัคคีกัน ส่วนหนึ่งมาจากผู้นำที่มีความตั้งใจในการทำงานเพื่อส่วนรวม ในส่วนสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเองก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปให้คำแนะนำการบริหารจัดการกลุ่มทุกเดือนในวันประชุมคณะกรรมการสหกรณ์ฯ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมดูแลแนะนำการบริหารจัดการกลุ่มมีการประชุมคณะกรรมการบริหารทุกเดือน นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดและเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ สำหรับใช้ในการต่อยอดธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตรด้วย
“เรื่องของตลาด เขาทำเอง สมาชิกเขามีลูกค้าของเขา เราไม่ได้เข้าช่วยตรงนั้น แต่สนับสนุนนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้สหกรณ์นำไปปล่อยให้สมาชิกกู้ต่อ เพื่อทำกล้วยแปรรูป กู้ทุกปี ๆ ละ 5 แสนเป็นทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจแปรรูปกล้วยและสินค้าเกษตรอื่น ๆ” สหกรณ์จังหวัดสุโขทัย กล่าว
นายวีรภัทร ระบุอีกว่า นอกจากธุรกิจแปรรูปกล้วยและสินค้าเกษตรอื่นแล้ว สหกรณ์ฯยังทำธุรกิจจำหน่ายหุงต้ม(LPG) โดยรับซื้อมาจากโรงผลิตก๊าซหนองตุม 1 ของปตท.สผ. โดยผ่านทางท่อเพื่อนำมาจำหน่ายให้กับสมาชิกและบุคคลทั่วไปในราคาถูก
“สิ่งที่เขาอยากได้ 2 อย่างคือติดแผงโซล่าเซลล์ เพื่อลดค่าไฟฟ้าในโรงงานแปรรูปมี 30 ล๊อค เขาต้องใช้ตัวมอเตอร์ในการคนกล้วยในกระทะ ใช้แขนกลที่เป็นมอเตอร์หมุนสลับกันไป ยิ่งถ้าช่วงไหนมีออเดอร์เข้ามาเยอะ ก็จะทำกันทั้งวันทั้งคืน ต้องจ่ายค่าไฟมหาศาล แล้วยังมีเครื่องปรับอากาศอีกหลายตัว ถ้าติดแผงโซล่าเซลล์ก็จะลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ไม่มากก็น้อย”
สหกรณ์จังหวัดสุโขทัยกล่าวอีกว่า สิ่งที่ทางสหกรณ์ขอมาก็คือจะสร้างอาคารสำนักงานศูนย์เรียนรู้แห่งใหม่ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม ซึ่งอาคารเดิมที่ปตท.สผ.สร้างไว้ให้นั้นค่อนข้างคับแคบเกินไป ทำให้ไม่สะดวกคณะที่มาศึกษาดูงานที่มีเป็นประจำเกือบทุกเดือน
“วันที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯมาเยี่ยม สหกรณ์เขาขออาคารศูนย์เรียนรู้มูลค่าประมาณ 3 ล้าน ซึ่งเขาไปดูแบบมาแล้ว โดยจะขอเป็นเงินอุดหนุนจากภาครัฐผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์ หลังเสนอผ่านในที่ประชุมใหญ่สหกรณ์ฯ เมื่อเดือนที่แล้ว” สกจ.สุโขทัยกล่าว
ปัจจุบันจังหวัดสุโขทัยมีสหกรณ์ในกำกับดูแลทั้งในและภาคเกษตรจำนวน 90 แห่ง โดยสหกรณ์การเกษตรจะมีประจำอำเภอทุกอำเภอและนิคมสหกรณ์อีก 6 นิคม ประกอบด้วยนิคมสหกรณ์สวรรคโลก นิคมสหกรณ์หนองบัว นิคมสหกรณ์ศรีสำโรง นิคมสหกรณ์พระร่วง นิคมสหกรณ์นครเดิฐและนิคมสหกรณ์คีรีมาศ
หากสนใจผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยและสินค้าเกษตร ฝีมือสมาชิกสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูม จำกัด ต.หนองตูม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย โทร.0635050989

