ฝุ่น PM2.5 กทม. เกินค่ามาตรฐาน เช้านี้เฉลี่ย 40 มคก./ลบ.ม. “บางคอแหลม” สูงสุด

193

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานค่าฝุ่น PM2.5 เช้าวันที่ 6 มี.ค. พบค่าเฉลี่ยทั้งเมือง 40 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐาน หลายพื้นที่อยู่ในระดับสีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ โดยเขตบางคอแหลมมีค่าฝุ่นสูงสุด ขณะเดียวกันแนวโน้มฝุ่นมีทิศทางเพิ่มขึ้น

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศของ กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ยทั้งกรุงเทพฯ อยู่ที่ 40 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับสีส้ม หรือเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

สำหรับพื้นที่ที่ตรวจพบค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด 12 อันดับแรก ได้แก่ เขตบางคอแหลม 48 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตประเวศ 47.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบางขุนเทียน 47.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบางรัก 46.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตราชเทวี 45.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตปทุมวัน 44.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบางนา 44.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตลาดกระบัง 44.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตราษฎร์บูรณะ 43.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตสัมพันธวงศ์ 43.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตวังทองหลาง 43.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตทุ่งครุ 42.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ขณะที่ภาพรวมในแต่ละโซนของกรุงเทพมหานคร พบว่าค่าฝุ่นอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งหมด โดยกรุงเทพเหนือมีค่าอยู่ระหว่าง 36.8–42.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพตะวันออก 32.4–47.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพกลาง 31.3–45.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพใต้ 31.5–48 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงธนเหนือ 37.9–42.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และกรุงธนใต้ 36–47.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ แนวโน้มค่าฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพฯ มีทิศทางเพิ่มขึ้น ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยหน่วยงานด้านคุณภาพอากาศแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร ลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา หากมีอาการรุนแรงควรรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ