“คุณหญิงสุดารัตน์” ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เตรียมเคลื่อนไหว ผลักดันแก้ “คอร์รัปชัน” จริงจัง ให้อำนาจคนไทยถอดถอน “นักการเมืองโคตรโกง” และองค์กรอิสระอย่าง กกต. ได้ ยันไทยสร้างไทยเดินหน้าต่อ หาผู้นำรุ่นใหม่ ประกาศหาผู้เสียสละทำให้บ้านเมือง มาใช้แพลตฟอร์มไทยสร้างไทยเป็นฐานทำการเมืองสุจริต
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โดยระบุว่า ตั้งใจจะผลักดันการ “แก้คอร์รัปชัน” อย่างจริงจัง แม้แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ก็เต็มไปด้วยการทุจริตที่ประชาชนคลางแคลงใจ แต่ทำอะไร กกต. ไม่ได้ดังนั้นตนเองจึงขอออกมาทำการเมืองภาคประชาชน รณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อให้อำนาจประชาชน 50,000 คน ถอดถอนนักการเมืองโคตรโกง รวมทั้งองค์กรอิสระ เช่น กกต. ที่ทำหน้าที่ไม่สุจริตได้
โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ตลอดชีวิตการทำงาน ตระหนักเสมอว่าชีวิตการเมืองที่เริ่มจากพรรคพลังธรรม ได้รับการหล่อหลอมจากพลตรีจำลอง ศรีเมือง และคุณพ่อสมพล ให้ทำงานโดยเป็น “ผู้รับใช้ของประชาชน” ต้องทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่ทรยศหักหลังประชาชน ธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยิ่งชีพชีวิตการทำงานของดิฉันผ่านวิกฤตของประเทศมาหลายครั้ง โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตย ตลอดเส้นทางการทำงานทางการเมืองกว่า 33 ปี ดิฉันไม่เคยเปลี่ยนอุดมการณ์และจุดยืนในการยืนหยัดกับฝ่ายประชาธิปไตย ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และทำงานหนักอย่างเต็มที่กับทุกหน้าที่ที่ประชาชนมอบหมายให้ ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรี 4 กระทรวงใหญ่ หรือเป็นฝ่ายตรวจสอบการทำงานรัฐบาลในสภา ดิฉันเชื่อมั่นมาตลอดว่า “การเมือง” คืองาน “อาสา” ไม่ใช่เรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์ แต่คือเรื่องของความรับผิดชอบต่อประชาชน ดิฉันทำทุกหน้าที่ด้วยหัวใจที่รักประเทศนี้อย่างจริงใจ และหวังเสมอว่ากำลังเล็กๆ ของดิฉันจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น โดยฝันอยากเห็นพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ “คนตัวเล็ก” ได้รับการดูแล และมีโอกาสที่จะมีอนาคตที่มั่นคงในประเทศนี้
แม้แต่งานสุดท้ายที่ดิฉันกำลังทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ คือหัวหน้าพรรค “ไทยสร้างไทย” ดิฉันก็ทุ่มเทเต็มความสามารถอย่างสุดหัวใจโดยไม่เคยลังเล แต่การเมืองในปัจจุบันอาจจะไม่มี “ที่ยืน” ให้กับคนที่คิดและมีอุดมการณ์อย่างดิฉัน อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาของประเทศอีกหลายเรื่องที่ดิฉันยังห่วงใยและอยากลงมือแก้ไข โดยเฉพาะการปราบปราม “คอร์รัปชัน” ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยยากจนและประเทศด้อยพัฒนา
ทั้งนี้ ปัญหาคอร์รัปชันได้สะท้อนชัดผ่านการเลือกตั้ง 69 ที่มีการใช้เงินอย่างมหาศาล รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบขององค์กรอิสระอย่าง กกต. ที่คนทั้งประเทศกำลังกังขา แต่ประชาชนกลับไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่ยืนมองตาปริบ ๆ ซึ่งดิฉันและพรรคไทยสร้างไทยยืนยันมาตลอดว่า “อำนาจของประชาชนไม่ควรมีแค่วันเลือกตั้งวันเดียว แต่ควรจะมีอำนาจในการตรวจสอบและเอาผิดคนโกงได้” จึงได้เสนอให้ประชาชน 50,000 คน สามารถลงชื่อถอดถอนนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงองค์กรอิสระอย่าง กกต. และศาลรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต พร้อมสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง ป.ป.ช. ภาคประชาชน
ดิฉันเชื่อว่าหากมีกลไกที่ให้อำนาจประชาชนเช่นนี้ วันเราคงไม่ต้องทนกับการจัดเลือกตั้งที่ไม่สุจริต แต่ด้วยข้อจำกัดทางการเมืองที่พรรคไทยสร้างไทยมีเพียง 2 เสียง จึงทำให้ที่ผ่านมาการผลักดันสิ่งต่างๆ ทำได้ยากลำบาก ดิฉันจึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และพร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจทำ “การเมืองสุจริต” ได้เข้ามาร่วมกับพรรคไทยสร้างไทยทำงานต่อไป
โดยพรรคไทยสร้างไทย จะยังคงเป็นสถาบันการเมืองที่เดินหน้าสู้เพื่อ “คนตัวเล็ก” อย่างมั่นคงคุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่าจากนี้ไปจะขอไปทำหน้าที่ภาคประชาชนในการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อสร้างกลไกที่ให้อำนาจประชาชนในการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง
“ดิฉันขอกราบขอบคุณจากหัวใจ ในทุกความเชื่อมั่น ในทุกกำลังใจ และทุกความรักที่มอบให้ดิฉันมาตลอดเส้นทางการต่อสู้ ดิฉันจะเก็บทุกอย่างไว้ในหัวใจอย่างไม่รู้ลืมเลือน และจะเดินต่อไปด้วยความหวังที่จะเห็นประเทศของเราเป็นบ้านที่มีความสุข และมีอนาคตสำหรับทุกคน”

