สืบภาค 1 บุกโกดังบางพลี! ยึด–อายัดพัสดุหลอกเก็บเงินปลายทาง กว่า 5.3 หมื่นกล่อง ล่าขบวนการต้มประชาชน

131

ตำรวจสืบสวนภาค 1 สนองนโยบายปราบโกงออนไลน์ เปิดปฏิบัติการตรวจค้นโกดังคลังตีกลับพัสดุในพื้นที่บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังพบพฤติการณ์เปลี่ยนชื่อผู้รับ ส่งพัสดุเก็บเงินปลายทางโดยไม่มีการสั่งซื้อจริง ตรวจยึด–อายัดพัสดุกว่า 53,889 กล่อง เร่งขยายผลสาวถึงตัวการและผู้รับผลประโยชน์ ดำเนินคดีตามกฎหมายทุกมิติ

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนปราบปรามขบวนการหลอกลวงประชาชนผ่านการจัดส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง โดยไม่มีการสั่งซื้อจริง หรือเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

ต่อมา พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้ดำเนินการสืบสวนกรณีการจัดส่งพัสดุเก็บเงินปลายทางโดยไม่มีการสั่งซื้อจริง หรือเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นวงกว้างโดย พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ได้กำหนดแนวทางให้ตรวจสอบย้อนกลับไปยังศูนย์และคลังกระจายพัสดุต่าง ๆ ที่มีพัสดุถูกปฏิเสธการรับสินค้า

จากการสืบสวนร่วมกับกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้ พบข้อมูลว่าโกดังคลังตีกลับสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีพัสดุถูกตีกลับสะสมจำนวนมาก และมีพฤติการณ์เปลี่ยนชื่อผู้รับเพื่อนำไปจัดส่งเก็บเงินปลายทางให้บุคคลอื่นต่อไป

ศาลจังหวัดสมุทรปราการได้ออกหมายค้นที่ 79/2569 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 และในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบโกดังดังกล่าว พบพัสดุถูกตีกลับจำนวนมาก จากการตรวจสอบระบบและติดต่อสอบถามผู้รับปลายทางหลายราย ยืนยันว่าไม่ได้มีการสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดพัสดุเพื่อตรวจสอบ ดังนี้​ สินค้าที่ไม่มีแหล่งผลิตในประเทศไทย ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ จำนวน 59 รายการ, พัสดุที่ถูกตีกลับ โดยผู้รับปฏิเสธการรับสินค้า จำนวน 100 รายการ, พัสดุที่ถูกบันทึกในระบบและอยู่ระหว่างเตรียมจัดส่งให้ลูกค้า จำนวน 100 รายการและพัสดุที่เตรียมจัดส่งเพิ่มเติม จำนวน 1 รายการ

พร้อมกันนี้ ได้ทำการตรวจยึด/อายัดพัสดุพัสดุรวมจำนวน 53,889 กล่อง จากโกดังคลังตีกลับสินค้าในพื้นที่ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า มาตรฐานสินค้า ตลอดจนพิสูจน์ทราบถึงผู้สั่งการ ผู้รับผลประโยชน์ และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป