วันที่ 18 มิ.ย. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.วรพล เลิศวิริยะพงศ์ สว.กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายเทพศิริ อายุ 44 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 388/2568 ลงวันที่ 5 ส.ค. 2568 ในข้อหา “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ได้บริเวณริมถนนช้างเอราวัณ 1 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
สำหรัยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า นายเทพศิริมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ โดยเป็นผู้ไปเปิดบัญชีธนาคารให้กลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้เป็นบัญชีม้ารับโอนเงินจากผู้เสียหาย ก่อนมีการรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับ
จากการสืบสวนทราบว่า นายเทพศิริเพิ่งพ้นโทษคดีฆ่าผู้อื่นออกจากเรือนจำจังหวัดอุดรธานี เมื่อช่วงปี 2568 และยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ต่อมามีบุคคลไม่ทราบชื่อเข้ามาติดต่อว่าจ้างให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยเสนอค่าตอบแทนบัญชีละ 1,000 บาท ทำให้นายเทพศิริยินยอมเปิดบัญชีรวม 5 บัญชี ก่อนส่งมอบข้อมูลทั้งหมดให้กับกลุ่มผู้ว่าจ้าง
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด พบว่าบัญชีทั้งหมดถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าของขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งมีพฤติการณ์สร้างเรื่องราวเท็จ ข่มขู่ และหลอกลวงเหยื่อให้เกิดความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนก จนยอมโอนเงินให้คนร้าย โดยพบยอดเงินความเสียหายที่หมุนเวียนผ่านบัญชีของนายเทพศิริเพียงคนเดียวรวมกว่า 200,000 บาท
นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังพบข้อมูลว่า นายเทพศิริกำลังเตรียมเดินทางกลับบ้านเกิดใน จ.อุดรธานี เพื่อเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีเจตนาใช้การบวชเป็นช่องทางพรางตัวและหลบเลี่ยงการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายถูกสืบสวนติดตามตัวจนสามารถจับกุมได้ก่อน
จากการสอบสวน นายเทพศิริให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้เปิดบัญชีธนาคารดังกล่าวจริง เนื่องจากกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินและต้องการนำค่าจ้างมาใช้จ่าย โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าบัญชีจะถูกนำไปใช้ก่อเหตุผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

