“วันนอร์” ฝาก “ผู้ว่าปัตตานี” สั่งลูกน้องหยุดแทรกแซงเลือกตั้ง “ทวี” ประกาศเลิกใช้ กม.พิเศษ กับ ปชช. แนะให้ใช้บดขยี้พ่อค้ายาแทน เตรียมดึงสนามบินทหารกลับคืน เพื่อขับเคลื่อน ศก.พื้นที่

151

ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี พรรคประชาชาติจัดเวทีปราศรัยย่อย โดยมีคณะผู้บริหารพรรค และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ อาทิ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ผู้สมัคร สส.ปัตตานี ทุกเขต ได้แก่ ผศ.วรวิทย์ บารู เขต 1 เบอร์ 6, นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เขต 3 เบอร์ 6, นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ เขต 4 เบอร์ 2 และ นายบัณฑิต อับดุลบุตร เขต 5 เบอร์ 3 ร่วมปราศัยหาเสียงให้ นายอรุณ เบ็ญจลักษณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 1 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างดุเดือด เนื่องจากแกนนำพรรคได้เน้นย้ำถึงประเด็นความโปร่งใสในการเลือกตั้งและการคืนสิทธิเสรีภาพให้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายวันนอร์ กล่าวว่า ตนได้รับข้อมูลว่ามีการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและปลัดอำเภอในลักษณะที่อาจแทรกแซงการตัดสินใจของประชาชน “ผมอยากฝากถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ท่านเป็นคนยะลา เรารู้จักกันดี คุณต้องเตือนลูกน้องคุณนะ ถ้าไม่เตือน ผมบอกให้รู้ว่านี่คือการละเว้น (ปฏิบัติหน้าที่) ที่ยะลาเมื่อเช้าผมได้ข่าวว่านายอำเภอ ปลัดอำเภอเขาหยุดแล้ว แต่ที่ปัตตานีเห็นว่ามีอยู่ 2 อำเภอที่ทำท่าจะเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่หยุดก็อย่าหาว่าผมรังแก ผมพูดตรงไปตรงมา หยุดซะ”

นอกจากนี้นายวันนอร์ยังย้ำว่า ผลการเลือกตั้งเป็นเรื่องของเจตนารมณ์ประชาชนและประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ์) ข้าราชการไม่ควรเข้ามาแทรกแซงเพื่อหวังผลตอบแทนทางการเมือง แต่ควรทำหน้าที่ดูแลประชาชนอย่างยุติธรรม

ด้าน พ.ต.อ.ทวี ได้ปราศรัยถึงการคืนความปกติสุขให้พื้นที่ผ่านการปรับปรุงกฎหมาย โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันรัฐเน้น “ความมั่นคงของรัฐ” จนละเลย “ความมั่นคงของประชาชน” ดังจะเห็นได้จากการคงอยู่ของกฎอัยการศึกและการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ยาวนาน โดยได้ประกาศนโยบายสำคัญด้านความมั่นคง ว่า จะยกเลิกกฎหมายพิเศษ พรรคมีนโยบายผลักดัน “กฎหมายสร้างสันติภาพและสันติสุข” เพื่อแทนที่กฎหมายพิเศษเดิมที่สร้างภาระและจำกัดสิทธิประชาชน และหากยังจำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษ พรรคเสนอให้นำมาใช้จัดการกับ “นักค้ายาเสพติด” แทนที่จะนำมาใช้ควบคุมประชาชนทั่วไป เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดที่กำลังกัดกินครอบครัวในพื้นที่

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังเน้นย้ำถึงกรณีการเปลี่ยนสนามบินทหารเป็นพาณิชย์ว่า ยกกรณีสนามบินปัตตานี (บ่อทอง) ที่ถูกทหารยึดครองไปใช้เพื่อความมั่นคง โดยพรรคตั้งเป้าจะดึงกลับมาเป็นสนามบินพลเรือนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “เราจะเปลี่ยนมุมมองความมั่นคงใหม่ ความมั่นคงของรัฐกับความมั่นคงของประชาชนต้องเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่รัฐเข้มแข็งแต่ประชาชนอ่อนแอ หรือประชาชนถูกด้อยค่าเพียงเพราะมีความเห็นต่าง”

ในช่วงท้าย พ.ต.อ.ทวี ระบุว่าจากการลงพื้นที่และผลสำรวจ พรรคประชาชาติมีโอกาสสูงมากที่จะกวาดที่นั่ง สส. ปัตตานี ได้ครบทั้ง 5 เขต พร้อมเตือนประชาชนเรื่องการซื้อเสียงที่เป็นการดูถูกศักดิ์ศรีของคนในพื้นที่ โดยขอให้จดจำหมายเลข 33 ของพรรคประชาชาติในบัตรสีชมพู เพื่อเข้าไปล้างหนี้ กยศ. และสร้างสนามบินปัตตานีให้เกิดขึ้นจริงในรัฐบาลสมัยหน้า

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่แค่เรื่องของ “แพ้หรือชนะ” แต่มันคือบทพิสูจน์ว่า เสียงฝีเท้าของประชาชนที่เดินเข้าคูหา จะดังพอที่จะสั่นคลอนกรงขังของกฎหมายพิเศษ และทวงคืนความยุติธรรมกลับสู่มาตุภูมิได้จริงหรือไม่ คำตอบทั้งหมดจะถูกจารึกผ่านปลายนิ้วของชาวปัตตานีในคูหาเลือกตั้ง ซึ่งนั่นจะเป็น “คำพิพากษา” ที่ทรงพลังที่สุดที่ข้าราชการทุกคนต้องยอมรับโดยดุษฎี