ผู้ว่าฯ กทม. ชี้ฝุ่น PM2.5 พุ่งจากการเผาชีวมวลพื้นที่ปริมณฑล ซ้ำสภาพอากาศปิด กทม. ชวน WFH 29–30 ม.ค. 69 ร่วมลดฝุ่น

359

(28 ม.ค. 69) ณ สภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) : นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนอยู่ในระดับสีแดงในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก 3–4 เขต และจังหวัดปทุมธานี ว่า สาเหตุหลักมาจากการเผาชีวมวลทางการเกษตรในจังหวัดพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดที่อยู่เหนือลม ประกอบกับสภาพอากาศที่ปิดในช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงช่วงเช้า ทำให้ฝุ่นละอองสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปรียบเสมือนมีฝาชีครอบอยู่ โดยหากในช่วงบ่ายอุณหภูมิสูงขึ้นและอากาศเปิดมากขึ้น สถานการณ์มีแนวโน้มจะคลี่คลายลงได้

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและการประเมินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พบการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร อาทิ ฟางข้าวและซากพืช ในพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่เผาสะสมเริ่มต้นประมาณ 13,000 ไร่ และเพิ่มขึ้นเกือบ 20,000 ไร่ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ ส่งผลให้กลุ่มควันจำนวนมากเคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพมหานครตามทิศทางลม ทำให้ค่าฝุ่นเริ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตหนองจอก มีนบุรี คลองสามวา คันนายาว และประเวศ รวมถึงจังหวัดปทุมธานีบางส่วน โดยเฉพาะในช่วงเช้าวันนี้

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ฝุ่นรุนแรงในช่วงเช้า คือ ภาวะอากาศปิดหรืออุณหภูมิผกผัน ส่งผลให้อากาศนิ่งและการระบายตัวของฝุ่นทำได้ยาก ฝุ่นละอองจากการเผาในช่วงก่อนหน้าจึงสะสมใกล้พื้นดินมากขึ้น แม้จะมีฝุ่นจากแหล่งกำเนิดอื่น เช่น การจราจรอยู่บ้าง แต่ถือเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับฝุ่นที่มาจากการเผาชีวมวลในพื้นที่ใกล้เคียงกรุงเทพฯ ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนจากค่าฝุ่นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในฝั่งกรุงเทพมหานครตะวันออกและจังหวัดปทุมธานี

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. เน้นย้ำว่า กรุงเทพมหานครไม่ได้มุ่งโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องการทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยร่วมมือกับจังหวัดต้นทาง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมถึงต้องหาวิธีช่วยเหลือเกษตรกรให้มีทางเลือกอื่นในการจัดการซากพืชทางการเกษตร เพื่อลดความจำเป็นในการเผา ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาฝุ่นควัน เช่น การใช้จุลินทรีย์ย่อยชีวมวล และการใช้รถอัดฟางข้าว เป็นต้น ในช่วงที่สถานการณ์ยังอยู่ในระดับเฝ้าระวัง ขอให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ฝั่งตะวันออก งดกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นอย่างเหมาะสม ขณะที่สถานศึกษายังคงเปิดทำการตามปกติ เนื่องจากโรงเรียนมีมาตรการดูแลพื้นที่ปลอดภัย ทั้งนี้แต่ละเขตสามารถพิจารณาปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ได้

“กรุงเทพมหานครจะติดตามสภาพอากาศ จุดความร้อน และทิศทางลมอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าประสานงานกับจังหวัดใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านคุณภาพอากาศและดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างดีที่สุด” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือ Work From Home (WFH) ในวันที่ 29–30 มกราคม 2569 เนื่องจากคาดการณ์ว่าค่าฝุ่น PM2.5 จะอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ครอบคลุมมากกว่า 35 เขต พร้อมเชิญหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนร่วมเป็นเครือข่าย WFH โดยสามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์
https://u.bangkok.go.th/WFH2569

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และการประกาศมาตรการ Work From Home ของกรุงเทพมหานคร ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร, สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร หรือ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2203 2951