“รองฯสำราญ”สั่งระดมกวาดล้างผู้มีอิทธิพล​มือปืนรับจ้าง​ อาวุธสงครามก่อนเลือกตั้ง

115

สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งระดมกวาดล้างผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และอาวุธสงคราม เข้มข้น 7 วันก่อนการเลือกตั้ง พร้อมกำชับตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง

วันนี้ (28 มกราคม 2569) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และการเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้มีการติดตามสถานการณ์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในทุกรูปแบบนั้น ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-9, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทก่อนการเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 25 – 31 มกราคม 2569 รวม 7 วัน ให้เน้นกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และอาวุธสงคราม โดยให้สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจดำเนินการรวบรวมและรายงานผลการปฏิบัติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สำราญฯ ขอให้ทุกหน่วยให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือและสนับสนุนภารกิจในการดำเนินการ จัดการเลือกตั้ง เมื่อได้รับการร้องขอจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง, ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง เข้มงวดดูแลความปลอดภัยภารกิจการขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัตรออกเสียงประชามติ และอุปกรณ์การเลือกตั้ง

รวมทั้งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 วางมาตรการในการป้องกันเหตุความไม่สงบเรียบร้อยการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง หรือการจัดกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มการเมือง หรือพรรคการเมืองทุกพรรคในพื้นที่รับผิดชอบ กรณีมีเหตุด่วนหรือสำคัญเกี่ยวกับความผิดการเลือกตั้งให้รายงานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำความผิด และให้วางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่โดยเคร่งครัด หากมีหน่วยใดที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกร้องเรียนว่าวางตัวไม่เป็นกลาง ให้เร่งรัดสืบสวนและสรุปข้อเท็จจริง แล้วรายงานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเร็ว